ดุลการคลังของเม็กซิโกในเดือนมีนาคมขาดดุล 110.1 พันล้านเปโซ ซึ่งขาดดุลมากกว่าตัวเลขก่อนหน้าที่ 50.733 พันล้านเปโซ
ดุลดังกล่าวติดลบมากขึ้นอีก 59.367 พันล้านเปโซเมื่อเทียบกับครั้งก่อนหน้า โดยข้อมูลนี้สะท้อนฐานะการคลังของเม็กซิโกในเดือนมีนาคม
เมื่อการขาดดุลการคลังของเม็กซิโกขยายตัวแรงเป็น -110.1 พันล้านเปโซ ทำให้ค่าเงินถูกกดดันทันทีและชัดเจน โดยอัตราแลกเปลี่ยน USD/MXN (ดอลลาร์สหรัฐต่อเปโซเม็กซิโก) ขยับขึ้นทะลุ 17.90 แล้ว สะท้อนความกังวลต่อ “วินัยการคลัง” (ความเข้มงวดในการคุมรายจ่ายและหนี้ของรัฐ) นี่เป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังประเมินความเสี่ยงของสินทรัพย์เม็กซิโกสูงขึ้น
กลยุทธ์ตรงที่สุดคือวางสถานะรับมือ “เปโซอ่อนค่า” ต่อในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยพิจารณา:
– ซื้อออปชันแบบคอล (call options) บนคู่เงิน USD/MXN ซึ่งคือสัญญาที่ให้สิทธิซื้อที่ราคาอ้างอิง เพื่อได้ประโยชน์หาก USD/MXN ปรับขึ้น
– หรือขายสัญญาฟิวเจอร์สเปโซ (peso futures) ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ใช้ทำกำไร/ป้องกันความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของเปโซ
อย่างไรก็ดี “อิมไพลด์โวลาทิลิตี้” (ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) กำลังสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนออปชันแพงขึ้น การตัดสินใจเร็วจึงได้เปรียบ โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าตลาดออปชันประเมินโอกาสราว 65% ที่ USD/MXN จะแตะ 18.20 ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม
การเสื่อมลงของฐานะการคลังอาจทำให้ Banxico (ธนาคารกลางเม็กซิโก) มีข้อจำกัดมากขึ้นในการลดดอกเบี้ย และอาจต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเพื่อพยุงค่าเงิน ขณะที่รายงานเงินเฟ้อเดือนเมษายนปรับขึ้นเป็น 4.8% ทำให้ธนาคารกลางมีเหตุผลที่จะ “คุมเข้ม” (hawkish: เน้นต่อสู้เงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) ดังนั้นอาจใช้อนุพันธ์ที่อ้างอิง TIIE (อัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารของเม็กซิโก) เพื่อวางเดิมพันว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้นในช่วง 3–6 เดือนข้างหน้า
จากมุมมองในปี 2025 เคยเห็นแรงขายเปโซในลักษณะคล้ายกันแต่เบากว่าในช่วงความไม่แน่นอนหลังการเลือกตั้งกลางปี 2024 ตอนนั้นเปโซอ่อนค่าราว 8% ภายในไม่กี่สัปดาห์จากความกังวลด้านการคลัง ก่อนที่ภาครัฐจะออกมาสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ว่าแรงเหวี่ยงของความเชื่อมั่นเกิดได้เร็ว และการฟื้นตัวอาจใช้เวลา