อัตราการว่างงานทั่วประเทศของโคลอมเบียลดลงมาอยู่ที่ 8.8% ในเดือนมีนาคม จาก 9.2% ในงวดก่อนหน้า
ตัวเลขล่าสุดลดลง 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ ข้อมูลนี้เป็นอัตราการว่างงานระดับประเทศของเดือนมีนาคม
สัญญาณตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง
การที่อัตราว่างงานของโคลอมเบียลดลงมาอยู่ที่ 8.8% สะท้อนว่าเศรษฐกิจยัง “ทนทาน” กว่าที่คาด ตลาดแรงงานที่แข็งแรงกว่าคาดหมายบ่งชี้ว่า “อุปสงค์ผู้บริโภค” (ความต้องการซื้อสินค้าและบริการของประชาชน) ยังดี ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อ (ราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้น) ถูกกดลงได้ยาก ดังนั้นธนาคารกลางโคลอมเบีย Banco de la República จึงมีแนวโน้มน้อยลงที่จะ “ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (ดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของประเทศที่ใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) ในระยะใกล้
ตัวเลขเดือนมีนาคมย้ำแนวโน้มว่างงานที่ลดลงต่อเนื่อง นับจากช่วงต้นปี 2025 ที่เคยอยู่ราว 10-11% ขณะที่เงินเฟ้อซึ่งเคยเป็นประเด็นใหญ่เมื่อเร่งขึ้นเหนือ 9% ในปลายปี 2024 เริ่มชะลอลง แต่ข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแรงเช่นนี้ทำให้เส้นทางสู่ “การผ่อนคลายนโยบายการเงิน” (การลดความเข้มงวด เช่น ลดดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ) ซับซ้อนขึ้น ส่งผลให้คาดว่าผู้กำหนดนโยบายจะมีท่าที “เข้มงวด” มากขึ้น (hawkish = ให้ความสำคัญกับการคุมเงินเฟ้อ มักไม่รีบลดดอกเบี้ย) ในการประชุมถัดไป
จากมุมมองค่าเงิน อาจพิจารณาวางกลยุทธ์ให้ “เปโซโคลอมเบีย (COP) แข็งค่า” เมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ เพราะ “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (ดอกเบี้ยในโคลอมเบียสูงกว่าสหรัฐ ทำให้ถือสินทรัพย์สกุล COP ได้ผลตอบแทนดอกเบี้ยมากกว่า) ทำให้เปโซน่าสนใจสำหรับ “แคร์รี่เทรด” (carry trade = กู้/ถือสกุลที่ดอกเบี้ยต่ำ แล้วไปถือสกุลที่ดอกเบี้ยสูงเพื่อกินส่วนต่าง) กลยุทธ์ที่ใช้ได้ เช่น ขาย “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” USD/COP (ฟิวเจอร์ส = สัญญาล็อกราคาซื้อขายในอนาคต) หรือซื้อ “ออปชันพุต” (put option = สิทธิในการขายที่ราคาที่กำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อคาดว่าคู่เงินจะลดลง) บนคู่ USD/COP โดยแนวคิดหลักคือดอกเบี้ยมีโอกาส “สูงนาน” รองรับมุมมองนี้
สำหรับ “ตราสารอนุพันธ์หุ้น” (equity derivatives = สัญญาที่มูลค่าอ้างอิงกับหุ้น/ดัชนี เช่น ออปชันหรือฟิวเจอร์ส) ภาพนี้เป็นบวกต่อดัชนี MSCI COLCAP โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มการเงินและค้าปลีกที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคที่แข็งแรง สามารถสะท้อนมุมมองด้วยการซื้อ “ออปชันคอล” (call option = สิทธิในการซื้อที่ราคาที่กำหนด เหมาะเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น) บน ETF ที่อ้างอิง COLCAP โดยคาดว่ากิจกรรมเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะหนุนกำไรบริษัท ข้อมูลนี้ช่วยลดความเสี่ยงในระยะใกล้ของภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว
นัยต่อความคาดหวังการลดดอกเบี้ย
ก่อนหน้านี้ตลาด “ตั้งราคาไว้ล่วงหน้า” (pricing in = ราคาสินทรัพย์สะท้อนความคาดการณ์ไปแล้ว) ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยช่วงปลายปี แต่รายงานนี้ทำให้กำหนดเวลาดังกล่าวไม่แน่นอนมากขึ้น จึงควรปรับสถานะด้านดอกเบี้ย โดยอาจใช้ “สวอปอัตราดอกเบี้ย” (interest rate swap = สัญญาแลกกระแสเงินสดดอกเบี้ย เช่น ดอกเบี้ยคงที่แลกดอกเบี้ยลอยตัว เพื่อเก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยง) เพื่อคาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะยังอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่เคยประเมิน ความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยก่อนไตรมาส 4 ลดลงอย่างมาก