ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศพลังงานสหรัฐ (EIA: หน่วยงานของรัฐสหรัฐที่รายงานสถิติพลังงานรายสัปดาห์) ระบุว่า ปริมาณก๊าซธรรมชาติในคลัง (natural gas storage: ก๊าซที่ฉีดเก็บในคลังใต้ดินเพื่อใช้ภายหลัง) เพิ่มขึ้น 79B (Bcf: พันล้านลูกบาศก์ฟุต) ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 เมษายน
ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 83Bcf
สมดุลคลังตึงตัวขึ้น
สัปดาห์นี้การฉีดก๊าซเข้าคลัง (injection: การเพิ่มปริมาณก๊าซเข้าไปเก็บในคลัง) ต่ำกว่าที่ตลาดคาด สะท้อนว่าตลาดตึงตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ การเพิ่มขึ้น 79 Bcf ต่ำกว่าคาดการณ์เฉลี่ยของตลาด (consensus: ค่ากลางจากนักวิเคราะห์หลายราย) ที่ 83 Bcf บ่งชี้ว่าอุปสงค์ (demand: การใช้ก๊าซ) แข็งแกร่งกว่าคาด หรืออุปทาน/การผลิต (production: ปริมาณก๊าซที่ผลิตได้) อ่อนกว่าคาด ปัจจัยนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อราคา (bullish: มีแนวโน้มหนุนราคา) และอาจทำให้ตลาดต้องทบทวนระดับอุปทานช่วงต้นฤดูร้อนใหม่
ผู้ค้าควรจับตาแรงหนุนต่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures contracts: สัญญาตกลงซื้อขายในอนาคต) ระยะใกล้ โดยเฉพาะสัญญาส่งมอบเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ความตึงตัวนี้ยังได้แรงหนุนจากความต้องการของโรงส่งออกก๊าซ LNG (LNG export facilities: โรงงานส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว) ซึ่งดึงก๊าซมากกว่า 14.5 Bcf ต่อวันอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการทั่วโลก คาดว่าออปชันฝั่งซื้อ (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคาและเวลาที่กำหนด) จะมีต้นทุนสูงขึ้น เพราะตลาดประเมินโอกาสที่ราคาพุ่งในฤดูร้อนมากขึ้น
ด้านอุปทานยังสนับสนุนมุมมองนี้ เนื่องจากการผลิตในประเทศยังทรงตัวใกล้ 102 Bcf ต่อวัน อีกทั้งอากาศหนาวช่วงปลายฤดูกาลในแถบมิดเวสต์และภาคตะวันออกเฉียงเหนือช่วงต้นเดือนเมษายน น่าจะทำให้ความต้องการใช้ทำความร้อนที่ยังค้างอยู่ (residual heating demand: การใช้เพื่อทำความร้อนที่ยังเหลือจากช่วงหนาว) สูงขึ้น ส่งผลให้การฉีดเข้าคลังต่ำลง ซึ่งสวนทางกับภาวะอุปทานล้นตลาด (supply glut: ของมีมากเกินความต้องการ) ที่เกิดอยู่ช่วงใหญ่ของปี 2025 และกดราคาลง
ด้วยภาพรวมนี้ การวางสถานะเพื่อรับแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าดูเหมาะสม ผู้ค้าอาจพิจารณาซื้อคอลสเปรด (call spreads: กลยุทธ์ออปชันซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) เพื่อกำหนดความเสี่ยงและเปิดโอกาสรับกำไรด้านขึ้น โดยเฉพาะหากพยากรณ์อากาศต้นฤดูร้อนเริ่มร้อนกว่าปกติ ตลาดจะไวต่อสัญญาณว่าความตึงตัวของอุปทานจะต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ผิดปกติในสัปดาห์เดียว (one-week anomaly: เหตุการณ์เฉพาะสัปดาห์)