ทางการญี่ปุ่นมีรายงานว่าได้เข้าแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศในวันพฤหัสบดี โดย Reuters อ้างอิงสื่อ Nikkei และแหล่งข่าวรัฐบาลญี่ปุ่น นับเป็นการแทรกแซงอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่มีรายงานตั้งแต่ปี 2024 หลังจากมีการส่งสัญญาณเตือนตลาดหลายครั้ง
รายงานระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็น “การซื้อเงินเยนญี่ปุ่นและขายเงินดอลลาร์สหรัฐ” โดยดำเนินการร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการในทันที
รายละเอียดการแทรกแซงตามรายงาน
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังความเห็นก่อนหน้านี้ของรัฐมนตรีคลัง ซัตสึกิ คาตายามะ เกี่ยวกับจังหวะการใช้ “มาตรการเด็ดขาด” และคำเตือนจาก อัตสึชิ มิมูระ เจ้าหน้าที่ดูแลด้านเงินตราเกี่ยวกับการเก็งกำไรในตลาด ทางการเชื่อมโยงการดำเนินการครั้งนี้กับความกังวลเรื่องการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่รุนแรงและเกิดจากการเก็งกำไร
หลังมีรายงานและสัญญาณก่อนหน้า ค่าเงินเยนยังทรงตัวได้ดี โดย USD/JPY ปรับลง 2.21% ในวันพฤหัสบดีมาอยู่แถว 156.90 ณ เวลาที่เขียน
ประเด็นหลักยังคงเป็น “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” ระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นที่กว้างมาก (หมายถึงดอกเบี้ยของสหรัฐสูงกว่าญี่ปุ่นมาก ทำให้เงินดอลลาร์น่าถือครองกว่า) โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.5% และข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2026 อยู่ที่ 3.1% ซึ่งยังลดลงช้า ทำให้เงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า ความกดดันจากปัจจัยพื้นฐานนี้ทำให้การแทรกแซงอาจช่วยพยุงเยนได้เพียงช่วงสั้น
ผลต่อ “ตลาดออปชัน”
สำหรับผู้เทรด “ตราสารอนุพันธ์” (เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) ภาวะนี้สะท้อนว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ตัวเลขที่ตลาดออปชันใช้สะท้อนความคาดหวังความผันผวนในอนาคต) ปรับสูงมาก โดยออปชันอายุ 1 เดือนสะท้อนการแกว่งตัวที่มากที่สุดตั้งแต่ปี 2024 ความผันผวนของ USD/JPY ระยะ 1 เดือนพุ่งเกิน 14% ทำให้ “ค่าเบี้ยออปชัน” (option premium: ราคา/ต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อออปชัน) แพงขึ้นมาก สะท้อนว่าตลาดกำลังเตรียมรับเหตุการณ์ที่อาจทำให้ราคาเคลื่อนไหวแรงได้ทั้งสองทาง
เราเห็นว่าในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า การซื้อออปชัน “Call ของเงินเยน” (สิทธิซื้อเยนที่ระดับราคาหนึ่ง) หรือ “Put ของ USD/JPY” (สิทธิขายคู่ USD/JPY ซึ่งได้ประโยชน์เมื่อ USD/JPY ลดลง/เยนแข็งค่า) เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม เพราะจำกัดความเสี่ยงไว้ชัดเจนและมีโอกาสได้ประโยชน์หากเยนแข็งค่ารุนแรงหลังการแทรกแซง ขณะที่การ “ขายออปชัน” โดยเฉพาะการขาย Call โดยไม่มีการป้องกันความเสี่ยง (uncovered: ไม่มีสินทรัพย์หรือสถานะรองรับ) มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะหากเกิดการเคลื่อนไหวแรงแบบในอดีตอาจขาดทุนหนัก