ราคาดัชนีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐานของสหรัฐ (Core PCE) เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนมีนาคม ตรงตามคาดการณ์
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าเงินเฟ้อรายเดือนของ Core PCE ทรงตัว โดย Core PCE คือมาตรวัดเงินเฟ้อที่ “ตัด” หมวดอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก เพื่อดูแนวโน้มราคาแท้จริง และเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่สหรัฐใช้ติดตามเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อพื้นฐานยังดื้อ
ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนมีนาคมออกมาตามคาดที่ 0.3% ช่วยลดความไม่แน่นอนระยะสั้น แต่ตอกย้ำว่าเงินเฟ้อยัง “ดื้อ” หรือปรับลดได้ยาก และยังสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้ภาพ “ดอกเบี้ยสูงไปอีกนาน” ชัดขึ้น ส่งผลให้โอกาสลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ลดลงมาก
เมื่อข้อมูลยืนยันว่าภาพรวมยังไม่เปลี่ยน ตลาดจึงลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยในช่วงฤดูร้อนลงต่อเนื่อง ตลาดอนุพันธ์ (Derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอกเบี้ย หุ้น ดัชนี หรือค่าเงิน) สะท้อนทิศทางนี้ โดย CME FedWatch Tool (เครื่องมือที่ใช้ตีความ “ความน่าจะเป็น” การปรับดอกเบี้ยจากราคาสัญญาฟิวเจอร์สดอกเบี้ย) ล่าสุดชี้ว่าโอกาสลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคมต่ำกว่า 30% ลดลงมากจากราว 60% เมื่อสองเดือนก่อน ผู้ลงทุนควรพิจารณาปรับพอร์ต ลดการถือเดิมพันว่าดอกเบี้ยจะลดเร็ว และมองกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง
เพราะรายงานเงินเฟ้อไม่ได้สร้างความประหลาดใจ ความผันผวนโดยนัย (Implied Volatility: ค่าความผันผวนที่ “ตลาดคาด” จากราคาซื้อขายออปชัน) ในออปชันหุ้นอาจลดลงในช่วงถัดไป ดัชนี VIX (ดัชนีความกลัวของตลาดหุ้นสหรัฐ วัดความผันผวนคาดการณ์ของ S&P 500) ที่สูงขึ้นก่อนประกาศตัวเลขเริ่มอ่อนลง ล่าสุดลงมาแตะ 14.5 หลังเคยแกว่งใกล้ 17
รูปแบบนี้คล้ายช่วงปี 2025 ที่ตัวเลขเงินเฟ้อแข็ง ทำให้ตลาดต้องเลื่อนความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย repeatedly ส่งผลให้ดัชนีหุ้นแกว่งตัวในกรอบ เพราะตลาดยังจับทิศทางเฟดไม่ชัด ประสบการณ์ดังกล่าวชี้ว่าควรระวัง เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหญ่พอที่จะผลักตลาดเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่อย่างชัดเจน
ด้านกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง เริ่มเห็นการเพิ่มสัดส่วนการป้องกันผ่านออปชันบนดัชนี นักลงทุนซื้อ Put Spread (สเปรดพุท: ซื้อพุทเพื่อป้องกันความเสี่ยง และขายพุทอีกระดับราคาเพื่อลดต้นทุน) บน S&P 500 เพื่อกันความเสี่ยงจากการค่อยๆ อ่อนลงมากกว่าความเสี่ยง “ร่วงหนัก” วิธีนี้ช่วยคุ้มครองพอร์ตและจำกัดความเสี่ยงในสภาวะที่ดอกเบี้ยสูงเป็นตัวกดเพดานมูลค่าหุ้น
ดอลลาร์แข็ง หนุนกลยุทธ์ค่าเงิน
ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งต่อเนื่องเป็นอีกผลที่สำคัญ ทำให้อนุพันธ์ค่าเงินมีบทบาทมากขึ้น โดยเมื่อดอกเบี้ยสหรัฐมีแนวโน้มสูงกว่ายุโรปและญี่ปุ่นต่อไป การถือ Call Option (คอลออปชัน: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาที่กำหนด) บนดัชนีดอลลาร์ (DXY: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) ยังเป็นแนวทางที่ใช้ได้ มุมมองนี้ยังได้แรงหนุนจากตัวเลข GDP ล่าสุดที่ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐไตรมาส 1 ขยายตัวในอัตรา 2.1% แบบ annualized (ปรับให้อยู่ในรูปอัตรารายปี) สูงกว่าหลายประเทศคู่แข่ง