ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำหนดอัตราดอกเบี้ย “Deposit Facility” ของยูโรโซนไว้ที่ 2% ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
อัตรา Deposit Facility คืออัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ได้รับเมื่อฝากเงินค้างคืนไว้กับ ECB (ฝากเงินระยะสั้น 1 คืน)
การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป
ระดับอัตราที่ประกาศคือ 2%
หากย้อนกลับไป การปรับอัตรา Deposit Facility มาอยู่ที่ 2% ในปี 2025 เป็นช่วงที่ตลาดค่อนข้างแน่นอน เพราะ ECB ทำตามที่คาดไว้ แต่ปัจจุบันตลาดจับตา “ความเร็วของการผ่อนคลายนโยบายการเงิน” (การลดดอกเบี้ยหรือมาตรการที่ทำให้สภาพคล่องมากขึ้น) โดยข้อมูลล่าสุดจาก Eurostat (สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป) ระบุว่าเงินเฟ้อทั่วไป (headline inflation: เงินเฟ้อรวมทุกหมวดสินค้า/บริการ) ชะลอลงมาอยู่ที่ 1.9% ต่ำกว่าเป้าหมายของ ECB ทำให้มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยต่อในไตรมาสถัด ๆ ไป
สภาพแวดล้อมนี้ทำให้ผู้ลงทุนอาจพิจารณาเตรียมรับดอกเบี้ยขาลงผ่าน “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงกับสินทรัพย์/ดอกเบี้ย) เช่น ฟิวเจอร์ส EURIBOR (EURIBOR futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารในยูโรโซน) การซื้อสัญญาที่หมดอายุปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027 อาจได้ประโยชน์ หาก ECB ลดดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ เพราะราคาฟิวเจอร์สมีโอกาสปรับขึ้น นี่คือการลงทุนตามมุมมองว่าเศรษฐกิจยูโรโซนโตช้า โดย GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ: มูลค่าเศรษฐกิจรวมในประเทศ) ไตรมาสก่อนโตเพียง 0.4% ซึ่งอาจกดดันให้ ECB ต้องผ่อนคลายมากขึ้น
ผลต่อการเทรดและการวางสถานะในตลาด
ความผันผวนในตลาดพันธบัตรยังเป็นประเด็นสำคัญ โดยในอดีตหลังการลดดอกเบี้ยแรงหลังปี 2008 ราคาพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีปรับขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันอาจเห็นรูปแบบคล้ายกันแต่ไม่รุนแรงเท่าเดิม ดังนั้นการซื้อ “คอลออปชัน” (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาและเวลาที่กำหนด) บนฟิวเจอร์ส Bund (Bund futures: ฟิวเจอร์สอ้างอิงพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี โดย FGBL เป็นสัญญาอายุ 10 ปี) เป็นวิธีเก็งกำไรราคาพันธบัตรปรับขึ้น พร้อมกำหนดความเสี่ยงไว้ชัดเจน
ความแตกต่างของนโยบาย (policy divergence) ระหว่าง ECB กับธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งส่งสัญญาณผ่อนคลายช้ากว่า ยังเปิดโอกาสในตลาดเงินตรา ส่วนต่างดอกเบี้ย (rate differential: ความต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ/สกุลเงิน) มีแนวโน้มกดดันค่าเงินยูโรเทียบดอลลาร์สหรัฐ ผู้ลงทุนอาจใช้ “ออปชันค่าเงิน” (FX options: ออปชันที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน) โดยเฉพาะการซื้อ “พุทออปชัน” (put options: สิทธิในการขายที่ราคาและเวลาที่กำหนด) คู่ EUR/USD เพื่อวางสถานะรับยูโรอ่อนค่าในช่วงหลายเดือนข้างหน้า