GDP เบื้องต้น (flash) ไตรมาส 1/2026 ของยูโรโซนเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน (QoQ: quarter-on-quarter = เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า) ต่ำกว่าคาด 0.2% ขณะที่ GDP รายปีโต 0.8% ต่ำกว่าคาด 0.9% และลดลงจากเดิม 1.2%
เงินเฟ้อ HICP (ดัชนีราคาผู้บริโภคแบบปรับมาตรฐานของสหภาพยุโรป) รายปีของยูโรโซนอยู่ที่ 3.0% ในเดือนเมษายน สูงกว่าคาด 2.9% และสูงกว่า 2.6% ในเดือนมีนาคม ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation = ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) ชะลอลงมา 2.2% เทียบกับคาด 2.3%
การเติบโตชะลอ ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ระดับสูง
รายเดือน HICP ทั่วไปเพิ่มขึ้น 1.0% และ HICP พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.9% เดือนมีนาคม HICP รายเดือนและ HICP พื้นฐานอยู่ที่ 1.3% และ 0.8%
Eurostat เผยตัวเลขเบื้องต้นของ HICP เดือนเมษายน และ GDP ไตรมาส 1 เวลา 09:00 GMT โดยตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้าอยู่ที่ HICP รายปี 2.9%, เงินเฟ้อพื้นฐาน 2.3%, GDP QoQ 0.2% และ GDP รายปี 0.9%
ในสหรัฐฯ คณะกรรมการ FOMC (คณะกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ) ลงมติ 8–4 ให้คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5%–3.75% เป็นครั้งแรกที่มีกรรมการ 4 คนโหวตไม่เห็นด้วยตั้งแต่ตุลาคม 1992 คู่เงิน EUR/USD อยู่แถว 1.1680 โดย EMA 50 วัน (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 50 วัน) อยู่ที่ 1.1678, EMA 9 วันอยู่ที่ 1.1700 และจุดต่ำสุดในรอบ 8 เดือนอยู่ที่ 1.1411 ทำไว้เมื่อ 13 มีนาคม; RSI 14 วัน (ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ 14 วัน ใช้ดูแรงซื้อแรงขาย) อยู่ใกล้ 49
ปี 2022 เงินยูโรคิดเป็น 31% ของธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศทั่วโลก โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย EUR/USD คิดเป็นประมาณ 30% ของธุรกรรมตลาด FX (ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ), ขณะที่ EUR/JPY 4%, EUR/GBP 3% และ EUR/AUD 2%
นัยต่อการเทรด และเหตุการณ์เสี่ยงสำคัญ
เศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอชัดเจน หลัง GDP ไตรมาส 1 ออกมาเพียง 0.1% ต่ำกว่าคาด 0.2% ขณะเดียวกันเงินเฟ้อทั่วไปขยับขึ้นเป็น 3% สูงกว่าที่ตลาดคาด 2.9% ภาพ “โตช้าแต่เงินเฟ้อไม่ลง” ทำให้สภาพแวดล้อมยากขึ้น เพราะแรงกดดันค่าครองชีพยังสูงแต่กิจกรรมเศรษฐกิจอ่อนแรง
สถานการณ์นี้ทำให้ ECB (ธนาคารกลางยุโรป) ตัดสินใจลำบาก เพราะอาจต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ทั้งที่เศรษฐกิจยังเปราะบาง ส่วนธนาคารกลางสหรัฐมีท่าทีจริงจังมากขึ้นต่อการคุมเงินเฟ้อ ซึ่งมักหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ความต่างของแนวโน้มนโยบายการเงินระหว่างสองฝั่งเป็นปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม
ข้อมูลเศรษฐกิจที่ให้สัญญาณขัดแย้งกันมีโอกาสทำให้ความผันผวนของตลาดสูงขึ้น ซึ่งทำให้กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวน (long volatility = ถือสถานะที่ได้กำไรเมื่อราคาผันผวนมากขึ้น เช่น ผ่านออปชัน) น่าสนใจ การประชุม ECB ในเดือนมิถุนายนจึงเป็นเหตุการณ์สำคัญ และโดยทั่วไปความผันผวนโดยนัย (implied volatility = ความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) ของออปชันเงินยูโรมักเพิ่มขึ้นเมื่อใกล้วันประชุม การจัดโครงสร้างการเทรดรอบเหตุการณ์นี้ เช่น ใช้สเปรดออปชัน (option spreads = ซื้อและขายออปชันพร้อมกันคนละราคา เพื่อช่วยลดต้นทุน) อาจช่วยให้คุมต้นทุนได้ดีขึ้น