คู่เงิน USD/CAD ถูกกดดันจากสองแรงที่สวนทางกัน ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ “เฟด”) ที่ยังมีท่าทีเข้มงวดเรื่องนโยบายการเงิน (hawkish คือเน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) และกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้า “ภาคพลังงานแคนาดา” อย่างแรง สัญญาณที่ขัดแย้งกันนี้ทำให้ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบราว 1.3680 แต่ความนิ่งแบบนี้ไม่น่าจะอยู่นาน ประเด็นสำคัญคือเตรียมรับ “การหลุดกรอบ” (breakout คือราคาทะลุแนวรับ/แนวต้านแล้ววิ่งแรง) มากกว่าการเดิมพันทิศทางล่วงหน้า
ราคาน้ำมันเป็นตัวจุดชนวนที่ทำให้ตลาดผันผวนทันที โดยน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate คือเกรดน้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐ) เคยขึ้นไปแตะ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้จะย่อลงเล็กน้อย แต่การปิดล้อมทางเรือที่ท่าเรืออิหร่าน และการถอนตัวแบบไม่คาดคิดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกจาก OPEC (กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน) เพิ่มความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งแรง เพราะแคนาดาส่งออกน้ำมันไปสหรัฐมากกว่า 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 1/2026 หากน้ำมันกระโดดขึ้นมาก ค่าเงินดอลลาร์แคนาดามักจะแข็งค่าตาม
ความเห็นไม่ลงรอยในเฟด และความไม่แน่นอนของดอลลาร์สหรัฐ
การคงดอกเบี้ยของเฟดอาจไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่สุด แต่สิ่งที่ตลาดจับตาคือการลงคะแนนที่แตกเป็น 8-4 ซึ่งเกิดไม่บ่อย (ครั้งล่าสุดปี 1992) ระดับความเห็นต่างภายในนี้สะท้อนว่าเฟดไม่มั่นใจว่าจะรับมือเงินเฟ้ออย่างไร โดยคณะกรรมการเองก็ชี้ว่าต้นตอมาจากราคาพลังงานที่สูง ความแตกแยกในเฟดมักมาก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของตลาด ทำให้ทิศทางดอลลาร์สหรัฐคาดเดายาก
แม้ความผันผวนของน้ำมันจะเป็นความเสี่ยงระยะสั้นต่อดอลลาร์แคนาดา แต่แรงหนุนระยะยาวมาจากเงินลงทุนต่างชาติ ข้อตกลงมูลค่า 16.4 พันล้านดอลลาร์ระหว่าง Shell-ARC ไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่ทำให้ “การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ” (FDI: Foreign Direct Investment คือเงินลงทุนที่เข้ามาลงทุนจริงในกิจการ/โครงการ ไม่ใช่แค่ซื้อขายระยะสั้น) ในภาคพลังงานแคนาดาแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปีเมื่อไตรมาสก่อน เงินทุนไหลเข้านี้ช่วยพยุงค่าเงิน ลดโอกาสอ่อนค่าลึก แม้น้ำมันอ่อนตัวชั่วคราว
เมื่อมีแรงขับสองด้านที่ทรงพลัง วิธีที่สมเหตุสมผลคือ “ซื้อความผันผวน” ด้วยออปชัน (options คือสัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคตตามราคาใช้สิทธิ) เพราะในปี 2025 ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และค่าเงินแกว่งแรงและคาดเดายาก กลยุทธ์ที่ได้ผลคือเตรียมพร้อมต่อการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ไม่ว่าขึ้นหรือลง การทำ long straddle หรือ strangle บน USD/CAD (สองแบบนี้คือการซื้อออปชันซื้อและออปชันขายพร้อมกัน โดย straddle ใช้ราคาใช้สิทธิเดียวกัน ส่วน strangle ใช้คนละราคาเพื่อให้ต้นทุนต่ำลงแต่ต้องให้ราคาขยับมากขึ้น) ช่วยให้ทำกำไรได้หากราคาทะลุกรอบแรงในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ความไม่แน่นอนยังเพิ่มจากประเด็นผู้นำเฟดในอนาคต เมื่อวาระประธานของเจอโรม พาวเวลล์จะสิ้นสุด และผู้ถูกมองว่าอาจเป็นผู้สืบทอดอย่าง Kevin Warsh มีมุมมองนโยบายต่างออกไป ปัจจัยการเมืองนี้เป็นตัวแปรเพิ่มที่อาจทำให้ดอลลาร์สหรัฐขยับแรงกะทันหัน ดังนั้นการถือออปชันจึงเท่ากับวางเดิมพันว่าความตึงเครียดนี้จะ “แตกออก” เป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ซึ่งมีโอกาสสูง