ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจาก Ratingdog อยู่ที่ 52.2 ในเดือนเมษายน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 51
ค่าเหนือ 50 หมายถึงภาคการผลิต “ขยายตัว” ส่วนค่าต่ำกว่า 50 หมายถึง “หดตัว” (PMI คือดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ใช้วัดทิศทางกิจกรรมการผลิต เช่น คำสั่งซื้อ การผลิต การจ้างงาน)
โมเมนตัมภาคการผลิตจีนแข็งแรงขึ้น
การที่ภาคการผลิตจีนออกมาดีกว่าคาด เป็นสัญญาณว่ากิจกรรมเศรษฐกิจกำลังเร่งตัว ค่า 52.2 ในเดือนเมษายนไม่ใช่แค่ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่สะท้อนแรงส่งที่ตลาดยังประเมินไม่เต็มที่ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่า “อุปสงค์พื้นฐาน” หรือความต้องการซื้อจริงยังแข็งแรง และเปิดโอกาสในสินทรัพย์ที่เชื่อมกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน
ควรจับตาโลหะอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ “ทองแดง” เพราะจีนใช้มากกว่า 50% ของอุปทานโลก PMI ที่สูงกว่าคาดมักหมายถึงความต้องการวัตถุดิบในอนาคตเพิ่มขึ้นเพื่อป้อนโรงงาน (ฟิวเจอร์สคือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ใช้เก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงราคา) เราเคยเห็นราคาฟิวเจอร์สทองแดงปรับขึ้นแรงในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เมื่อข้อมูลจีนออกมาแข็งแกร่งเกินคาดในลักษณะใกล้เคียงกัน
ข้อมูลนี้ยังหนุนมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มพลังงานในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า เพราะการผลิตและการส่งออกที่เพิ่มขึ้นต้องใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น และจีนเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์น้ำมันโลก ดังนั้นตัวเลข PMI นี้อาจช่วยพยุงราคาน้ำมันดิบ เรามองว่าฟิวเจอร์สน้ำมัน โดยเฉพาะ “เบรนท์” (Brent คือราคามาตรฐานอ้างอิงน้ำมันดิบตลาดโลก) น่าจะมีแนวรับที่แข็งแรงขึ้นจากข้อมูลชุดนี้
ตลาดที่เชื่อมโยงน่าจับตา
ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียก็ควรอยู่ในเรดาร์ เพราะเป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรง เนื่องจากมากกว่า 30% ของการส่งออกออสเตรเลีย โดยเฉพาะแร่เหล็กและถ่านหิน ส่งไปจีน ภาคการผลิตจีนที่ร้อนแรงขึ้นย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจออสเตรเลีย เราคาดว่า “คอลออปชัน” บนคู่เงิน AUD/USD (คอลออปชันคือสิทธิในการซื้อที่ราคาในอนาคต ใช้เก็งกำไรฝั่งมองบวกหรือจำกัดความเสี่ยงขาลง) จะเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น
แรงหนุนนี้อาจส่งต่อไปยังหุ้นที่อิงวัฏจักรอุตสาหกรรมจีน เรามองไปที่ ETF ที่ติดตามดัชนี CSI 300 (ETF คือกองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น มักใช้ลงทุนตามดัชนี; CSI 300 คือดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ 300 บริษัทในจีน) รวมถึงหุ้นเหมืองระดับโลกอย่าง BHP Group ซึ่งราคาหุ้นเคยปรับขึ้นต่อเนื่องหลัง PMI ออกมาดีกว่าคาดในช่วงปลายปี 2025 การใช้ “ตราสารอนุพันธ์” กับหุ้นหรือกองทุนเหล่านี้ (ตราสารอนุพันธ์คือเครื่องมือที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์ เช่น ออปชันและฟิวเจอร์ส) อาจให้โอกาสผลตอบแทนสูง หากแนวโน้มการผลิตยังต่อเนื่องไปไตรมาสถัดไป