This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

มีเพียง Alphabet ที่ปรับขึ้นหลังประกาศผลประกอบการ ขณะที่ Meta, Amazon และ Microsoft ร่วงลงแม้กำไรดีกว่าคาดในการซื้อขายหลังปิดตลาด

by VT Markets
/
Apr 30, 2026

อัลฟาเบท (Alphabet) เป็นหุ้นกลุ่ม “Magnificent 7” เพียงตัวเดียวที่ปรับขึ้นในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (after-hours: การซื้อขายหลังตลาดหุ้นปิด) หลังประกาศผลประกอบการวันพุธ ขณะที่เมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms), อะเมซอน (Amazon) และไมโครซอฟท์ (Microsoft) ปรับลง แม้ทั้ง 4 บริษัทจะทำกำไรและรายได้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด (beat: ตัวเลขออกมาดีกว่าคาด)

หุ้น Alphabet ปรับขึ้น 5.8% ในช่วง after-hours จากต่ำกว่า 350 ดอลลาร์ไปที่ 370 ดอลลาร์ ส่วน Meta ร่วงมากกว่า 6% ขณะที่ Microsoft และ Amazon ลดลงราว 2% เท่า ๆ กัน

Alphabet Earnings And After Hours Reaction

Alphabet รายงานกำไรต่อหุ้นตามมาตรฐานบัญชี GAAP (GAAP earnings per share: กำไรต่อหุ้นตามกฎบัญชีมาตรฐานของสหรัฐฯ ที่รวมรายการทางบัญชีต่าง ๆ) ที่ 5.11 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ 2.67 ดอลลาร์ รายได้ไตรมาสแรกอยู่ที่ 109.9 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์รวมของตลาด (consensus: ค่าเฉลี่ยประมาณการของนักวิเคราะห์) ราว 3 พันล้านดอลลาร์

กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่า 80% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year on year: เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) หลัก ๆ มาจากกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealised gains: กำไร “บนกระดาษ” ยังไม่ขายสินทรัพย์) จากการลงทุนในหุ้นที่ไม่มีราคาซื้อขายในตลาด (nonmarketable equity securities: หุ้น/ส่วนถือครองในบริษัทที่ไม่จดทะเบียนหรือไม่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) โดยสินทรัพย์กลุ่มนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าในช่วงปีที่ผ่านมา แตะเกือบ 37 พันล้านดอลลาร์

รายได้ Google Cloud เพิ่มขึ้น 63% จากปีก่อนหน้าเป็น 20 พันล้านดอลลาร์ รายได้จากการค้นหา (Search) เพิ่มขึ้น 19% เป็น 60.4 พันล้านดอลลาร์

รายได้โฆษณา YouTube เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อนหน้าเกือบ 10 พันล้านดอลลาร์ ส่วนรายได้จากสมาชิก (Subscription: รายได้ค่าสมาชิกรายเดือน/รายปี), แพลตฟอร์ม และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อนหน้าเป็น 12.4 พันล้านดอลลาร์

Options Positioning And Trading Setup

กลุ่ม Other Bets และ Google Network มีรายได้ลดลงเล็กน้อย

จากการขยับขึ้นสู่ 370 ดอลลาร์ในช่วง after-hours คาดว่าจะเกิด “IV crush” อย่างมีนัยสำคัญในออปชันของ Alphabet (IV crush: ความผันผวนโดยนัย หรือ Implied Volatility ที่สะท้อนความคาดหวังความผันผวนของตลาด มักลดลงแรงหลังประกาศงบ ทำให้ราคาพรีเมียมออปชันยุบ) ผู้ลงทุนที่ขายพุท (sold puts: ขายออปชันสิทธิขายเพื่อรับพรีเมียม) หรือทำชอร์ตสแตรงเกิล (short strangles: กลยุทธ์ขายทั้งคอลและพุทคนละราคา เพื่อรับพรีเมียม โดยหวังให้ราคาหุ้นไม่แกว่งแรง) ก่อนประกาศงบ น่าจะเห็นกำไรเพิ่มขึ้น เพราะความไม่แน่นอนลดลงแล้ว โฟกัสของตลาดจึงเปลี่ยนจากการคาดเดาก่อนงบ ไปสู่ทิศทางราคาหลังงบ (post-earnings momentum: โมเมนตัมหลังประกาศผลประกอบการ)

ตลาดส่งสัญญาณชัดว่าชอบ Alphabet ทำให้กลยุทธ์ฝั่งขาขึ้น (bullish strategies: กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) ของ GOOGL น่าสนใจในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า โดยอาจพิจารณาซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิซื้อหุ้นที่ราคาใช้สิทธิ) หรือทำสเปรดคอลขาขึ้น (bull call spreads: ซื้อคอลราคาใช้สิทธิต่ำ และขายคอลราคาใช้สิทธิสูง เพื่อลดต้นทุน) เป้าหมายที่ระดับ 400 ดอลลาร์ซึ่งเป็น “แนวต้านเชิงจิตวิทยา” (psychological level: ตัวเลขกลม ๆ ที่ตลาดมักให้ความสำคัญ) ผลประกอบการที่แข็งแรงในธุรกิจหลักอย่าง Search และ Cloud เป็นแรงหนุนด้านปัจจัยพื้นฐาน (fundamental tailwind: ปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยหนุนราคา)

ฤดูกาลประกาศงบครั้งนี้ทำให้เห็นความแตกต่างชัดเจน เหมาะกับการเทรดแบบจับคู่ (pairs trading: ถือสถานะซื้อในหุ้นหนึ่งและขาย/ป้องกันความเสี่ยงในอีกหุ้นหนึ่ง เพื่อเล่น “ความแข็งแกร่งสัมพัทธ์” ระหว่างสองตัว) เช่น ซื้อคอล GOOGL พร้อมกับซื้อพุท (puts: สิทธิขายหุ้นที่ราคาใช้สิทธิ) ในคู่แข่งอย่าง Meta ที่แม้งบดีกว่าคาดแต่ราคาหุ้นอ่อนแรง กลยุทธ์นี้เดิมพันว่า Alphabet จะ “ทำผลงานดีกว่า” คู่แข่งกลุ่มคลาวด์ขนาดใหญ่ (hyperscaler peers: ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ที่มีศูนย์ข้อมูลขนาดมหาศาล เช่น AWS, Microsoft, Google) และช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงของตลาดโดยรวม (broader market risks: ความผันผวนจากภาพตลาดใหญ่)

การตอบสนองแบบเลือกซื้อเลือกขายนี้สะท้อนพฤติกรรมตลาดที่เริ่มเน้น “ผลลัพธ์ที่วัดได้” มากกว่าคำสัญญา โดยนักลงทุนให้รางวัลกับบริษัทที่แปลงเทคโนโลยีเป็นรายได้จริง (monetization: การทำให้เทคโนโลยีกลายเป็นรายได้) และทำกำไรเติบโต

การเติบโตรายได้ Google Cloud 63% เมื่อเทียบกับปีก่อนเป็นตัวเลขสำคัญที่อธิบายความเชื่อมั่นนี้

มองไปข้างหน้า นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าในการประชุมนักพัฒนาที่กำลังจะมาถึง (developer conference: งานที่บริษัทเปิดตัวเครื่องมือ/ฟีเจอร์ให้ชุมชนนักพัฒนา) จากความมั่นใจของซีอีโอในแอป Gemini (Gemini App: แอปผู้ช่วย/โมเดลปัญญาประดิษฐ์ของ Google) อาจเห็นการเชื่อมฟีเจอร์เข้ากับบริการอื่น ๆ (product integrations: การผสานฟีเจอร์ให้ทำงานร่วมกันในหลายผลิตภัณฑ์) ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นรอบถัดไปของหุ้น การถือคอลออปชันที่อายุยาวขึ้น (longer-dated call options: ออปชันระยะยาวกว่าปกติ) อาจเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการถือรับธีม AI ต่อไปในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code