EUR/CAD ปรับลงในวันพุธ หลังเงินดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าขึ้นตามผลการตัดสินใจของธนาคารกลางแคนาดา (Bank of Canada: BoC) ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็ช่วยหนุนค่าเงินด้วย คู่เงินซื้อขายใกล้ 1.5982 ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน และลดลงราว 0.28% ในวันดังกล่าว
ธนาคารกลางแคนาดาคงอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน (overnight rate: อัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นที่ธนาคารพาณิชย์ใช้กู้ยืมกันข้ามคืน) ที่ 2.25% ตามคาด และเลือกท่าที “รอดูข้อมูล” โดยระบุว่ากำลังติดตามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการตอบสนองของเศรษฐกิจต่อภาษีนำเข้าของสหรัฐ (US tariffs: ภาษีที่สหรัฐเรียกเก็บจากสินค้านำเข้า) และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า
Bank Of Canada Signals Data Dependence
BoC ไม่ให้แนวทางชัดเจน และย้ำว่าการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับข้อมูล (data dependence: ปรับนโยบายตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมา) ผู้ว่าการ ทิฟฟ์ แม็คเคลม ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยใกล้ระดับปัจจุบัน “เหมาะสม” และธนาคารอาจขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องได้ หากเงินเฟ้อที่นำโดยพลังงานลุกลาม หรืออาจลดดอกเบี้ยหากสหรัฐเพิ่มข้อจำกัดทางการค้าที่สำคัญ
ประมาณการของธนาคารแทบไม่เปลี่ยน โดยคาดว่า GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ: มูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด) จะโต 1.2% ในปี 2026, 1.6% ในปี 2027 และ 1.7% ในปี 2028 ส่วนเงินเฟ้อคาดที่ 2.3% ในปี 2026 ก่อนลดเป็น 2.1% ในปี 2027 และ 2.0% ในปี 2028
มุมมองดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า ภาษีนำเข้าของสหรัฐไม่เปลี่ยน และราคาน้ำมันค่อย ๆ อ่อนลงสู่ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในกลางปี 2027 ขณะนี้ตลาดหันไปจับตา ECB ในวันพฤหัสบดี โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 2.0% เป็นการประชุมครั้งที่ 7
Eurozone Growth And Inflation Crosscurrents
ความกังวลของ BoC มีเหตุผล โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อต้นเดือนระบุว่า CPI ของแคนาดาเดือนมีนาคม (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) ดีดขึ้นเกินคาดสู่ 2.9% สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคาร ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI (WTI crude: น้ำมันดิบมาตรฐานของสหรัฐ) ปิดเมื่อวานเหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2025 ทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่ลดลง ภาวะนี้หนุน “ลูนี” (Loonie: ชื่อเล่นของเงินดอลลาร์แคนาดา) และสอดคล้องกับท่าทีระวังของธนาคารกลาง
ในทางกลับกัน ยูโรโซนดูเปราะบางกว่า ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ในวันพรุ่งนี้มีโอกาสน้อย ตัวเลขประมาณการเบื้องต้น (flash estimates: ตัวเลขคาดการณ์รอบแรกก่อนปรับปรุง) ชี้ว่าเงินเฟ้อเดือนเมษายนยังสูงที่ 2.8% แต่ GDP ไตรมาส 1 โตเพียง 0.1% สะท้อนความเสี่ยง “โตช้าแต่เงินเฟ้อสูง” (stagflation: เศรษฐกิจโตต่ำ/ชะลอ แต่เงินเฟ้อสูง) ที่เด่นชัด
สำหรับผู้ลงทุนอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน) ภาพนี้ทำให้การซื้อพุตออปชัน EUR/CAD (put option: สิทธิในการขายที่ราคาและเวลาที่กำหนด) น่าสนใจ พุตที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่ตกลงซื้อ/ขายในสัญญา) แถว 1.5900 จะช่วยทำกำไรหากคู่เงินลงต่อ โดยจำกัดความเสี่ยง อย่างไรก็ดีควรระวังคำเตือนของผู้ว่าการแม็คเคลมว่า ข้อจำกัดการค้าขนาดใหญ่จากสหรัฐอาจบีบให้ลดดอกเบี้ยแบบไม่คาดคิด ซึ่งจะทำให้ราคาเด้งกลับแรง
ความไม่แน่นอนจากทั้งสองธนาคารกลางยังดัน “ความผันผวนโดยนัยระยะสั้น” (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนจากราคาออปชัน) ของคู่เงินให้สูงขึ้น ส่งผลให้กลยุทธ์อย่างคาเลนดาร์สเปรด (calendar spread: ขายออปชันอายุสั้นและซื้อออปชันอายุยาวในราคาใช้สิทธิใกล้กัน) ดูน่าสนใจ โดยขายออปชันระยะสั้นที่มีพรีเมียมสูง (premium: ราคา/ค่าธรรมเนียมที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) เพื่อนำเงินไปช่วยซื้อสัญญาอายุยาว ทำให้ได้ประโยชน์จากความผันผวนปัจจุบัน พร้อมวางตำแหน่งตามแนวโน้มระยะยาว