ฟิวเจอร์สดัชนีดาวโจนส์ (DJIA futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงดัชนี Dow Jones) ปรับลงในช่วงการซื้อขายวันพุธ และเคลื่อนไหวแถว 48,800 จุด หลังจากเมื่อวันอังคารไม่สามารถยืนเหนือ 49,300 จุดได้ ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite แทบไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนผลการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) และผลประกอบการกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่จะประกาศหลังปิดตลาด
คำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders: ยอดคำสั่งซื้อสินค้าที่มีอายุการใช้งานยาว เช่น เครื่องจักร รถยนต์) เดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 0.8% จากเดือนก่อน สูงกว่าที่คาด 0.5% หลังจากเดือนก่อนหน้าลดลง 1.2% ขณะที่คำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่เกี่ยวกับกลาโหม ไม่รวมอากาศยาน (Nondefence capital goods orders excluding aircraft: ตัวชี้วัดการลงทุนของภาคธุรกิจที่ตลาดใช้มองแนวโน้มการใช้จ่ายลงทุน) เพิ่มขึ้น 3.3% จากเดือนก่อน สูงกว่าที่คาด 0.6%
ราคาน้ำมันพุ่ง หลังมีรายงานเรื่องการปิดล้อมอิหร่าน
น้ำมันดิบสหรัฐ WTI (West Texas Intermediate: น้ำมันอ้างอิงของสหรัฐ) เพิ่มขึ้นราว 5% ขึ้นไปเหนือ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent (น้ำมันอ้างอิงของยุโรป/ตลาดโลก) ขยับเหนือ 117 ดอลลาร์ โดยความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า ทำเนียบขาวสั่งให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมสำหรับการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐเป็นระยะเวลานาน
มติการประชุม FOMC (Federal Open Market Committee: คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด) เดือนเมษายน มีกำหนดเวลา 18:00 GMT และแถลงข่าวเวลา 18:30 GMT ตลาดประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงที่ที่ 3.75% และวาระของพาวเวลล์ในตำแหน่งประธานเฟดมีกำหนดสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม
เควิน วอร์ช ผ่านคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาแล้ว และการเสนอชื่อจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาเต็มคณะ โดยวุฒิสภาปิดสมัยประชุมจนถึงหลังวันที่ 4 พฤษภาคม
Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft จะรายงานผลประกอบการหลังปิดตลาด ขณะที่ Seagate และ NXP Semiconductors ปรับขึ้นเมื่อวันอังคาร หลังออกแนวทางคาดการณ์ผลประกอบการ (guidance: การให้มุมมองหรือเป้าประมาณการรายได้/กำไรล่วงหน้า) ที่เป็นบวก