USD/CAD แทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันพุธ แถว 1.3680 หลังดีดขึ้นชั่วคราวถึงราว 1.3710 ก่อนกลับทิศภายใน 1 ชั่วโมง คู่เงินเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 40 pips (หน่วยการเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำของคู่เงิน โดยทั่วไป 1 pip = 0.0001 สำหรับ USD/CAD) ตลอดช่วงเช้ายุโรป หลังรีบาวด์จากใกล้ 1.3600 เมื่อวันอังคาร
ธนาคารกลางแคนาดา (BoC) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นข้ามคืน (overnight rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงหลักที่ธนาคารใช้กำหนดต้นทุนเงินระยะสั้น) ที่ 2.25% เป็นการประชุมครั้งที่ 4 ติดต่อกัน ตามคาด หลังจากลดดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม 2025 รายงาน MPR (Monetary Policy Report: รายงานนโยบายการเงินและประมาณการเศรษฐกิจ) ฉบับฐานคาดว่าน้ำมันดิบจะกลับไปที่ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในกลางปี 2027 และระบุว่าการปรับดอกเบี้ยนโยบายในระยะต่อไปน่าจะเป็นการขยับเล็กน้อย
Usd Cad Rangebound Near Key Levels
การซื้อขายฝั่งสหรัฐผันผวน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์โพสต์เรื่องอิหร่านเวลา 04:00 น. ET (เวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐ) ขณะที่การเจรจาสหรัฐ–อิหร่านยังไม่คืบหน้า เมื่อการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ) กระทบการส่งออกน้ำมันราว 20% ของโลก ทำให้ WTI (West Texas Intermediate: ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐ) พุ่งเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หนุนดอลลาร์แคนาดา (เป็นสกุลเงินที่มักได้แรงหนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมัน) และจำกัดการปรับขึ้นของ USD/CAD
จากนั้นตลาดจับตาผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เวลา 18:00 GMT โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 3.50% ถึง 3.75% บนกราฟ 15 นาที USD/CAD อยู่ที่ 1.3678 ใกล้ราคาเปิดวันเดียวกันที่ 1.3677 ขณะที่ Stochastic RSI (ตัวชี้วัดโมเมนตัม ใช้บอกภาวะซื้อ/ขายมากเกินไป) อยู่ราว 47.95
รายงานระบุว่ามีการใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วย AI (การใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยอ่านสัญญาณราคา) และมีการแก้ไขข้อมูลวันที่ 29 เม.ย. เวลา 17:12 GMT
ตลาดกำลังเห็นแรงดึงสองฝั่งใน USD/CAD ทำให้คู่เงินถูกตรึงในกรอบแคบรอบ 1.3680 ความขัดแย้งในอิหร่านดันราคาน้ำมันเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งปกติจะหนุนดอลลาร์แคนาดา แต่ถูกหักล้างด้วยแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: เงินทุนไหลเข้าช่วงเสี่ยงสูง) และข้อได้เปรียบด้านดอกเบี้ยของ Fed
Key Catalysts For A Volatility Breakout
การคงดอกเบี้ยของ BoC ที่ 2.25% สะท้อนท่าทีรอดูสถานการณ์ แต่ต้องจับตาว่าจะเริ่มหมดความอดทนหรือไม่ ข้อมูลสัปดาห์ก่อนชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานของแคนาดา (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนอย่างอาหารและพลังงานออก เพื่อดูแนวโน้มจริง) เพิ่มขึ้นเหนือคาดสู่ 3.1% สื่อว่าต้นทุนพลังงานเริ่มส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการวงกว้าง ทำให้โอกาสที่ BoC จะเลิกท่าทีผ่อนคลาย (dovish: เอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย/สนับสนุนการกระตุ้น) และอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นเพิ่มสูงขึ้น
เมื่อความเป็นไปได้มีหลายทาง ผู้เล่นตลาดควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์หากราคาขยับแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง เช่น “ซื้อความผันผวน” ผ่านออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด) อย่าง straddle (ซื้อสิทธิซื้อและสิทธิขายที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน) หรือ strangle (ซื้อสิทธิซื้อและสิทธิขายคนละราคาใช้สิทธิ) เพื่อวางตำแหน่งรับการหลุดกรอบจากการแกว่งแคบปัจจุบัน ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) อยู่ในระดับสูง แต่ปัจจัยกระตุ้นให้หลุดกรอบมีชัดเจน