สัญญาฟิวเจอร์ส S&P 500 E-Mini (ES) ปรับตัวลงจากจุดต่ำเดือนเมษายน 2025 ที่ 6367 ในการเคลื่อนไหวที่จัดเป็นคลื่น (2) (ตามทฤษฎี Elliott Wave ซึ่งแบ่งแนวโน้มเป็นคลื่นย่อย). จากนั้นตลาดกลับขึ้นในคลื่น (3) และปรับตัวทะลุจุดสูงของคลื่น (1) ที่ 7036.25
นับจากจุดสิ้นสุดคลื่น (2), คลื่น ((i)) จบที่ 6653.75 และคลื่น ((ii)) ย่อตัวลงมาที่ 6503.75
Wave Structure And Key Levels
คลื่น ((iii)) ปรับขึ้นไปที่ 7185.75 และคลื่น ((iv)) อ่อนตัวลงมาที่ 7079.25
การเคลื่อนไหวถัดไปถูกอธิบายเป็นคลื่น ((v)) ซึ่งคาดว่าจะทำให้ “คลื่น 1” (คลื่นขาขึ้นชุดแรกของโครงสร้างระดับสูงกว่า) เสร็จสมบูรณ์ หลังคลื่น 1 จบ คาดว่าจะเกิดการย่อตัวเป็นคลื่น 2 (การพักฐาน/ปรับฐานเพื่อปรับสมดุลราคา) เพื่อปรับฐานจากจุดต่ำวันที่ 31 มีนาคม 2026 ก่อนแนวโน้มขาขึ้นจะเดินหน้าต่อ
ระยะใกล้ มุมมองยังเป็นบวกตราบใดที่ 6367 ยังยืนได้ โดยการย่อมีแนวโน้มเป็นรูปแบบ “สามสวิงหรือเจ็ดสวิง” (การแกว่งขึ้น-ลงเป็นชุด ๆ ในรูปแบบการปรับฐาน)
เรามองว่าตลาดอยู่ช่วงท้ายของแรงส่งขาขึ้นที่เริ่มจากจุดต่ำวันที่ 31 มีนาคม 2026 แรงหนุนมาจากรายงานเศรษฐกิจล่าสุด โดย GDP ไตรมาส 1 ขยายตัว 2.4% และตัวเลข CPI ล่าสุดชี้ว่าเงินเฟ้อชะลอลงเล็กน้อยเหลือ 3.1% (CPI คือดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงระดับราคาสินค้าและบริการ). ระยะสั้นมาก ผู้ลงทุนอาจเกาะจังหวะขาขึ้นช่วงท้ายนี้ด้วยการถือสถานะ “ลอง” ในฟิวเจอร์ส (Long คือถือเพื่อหวังราคาขึ้น) หรือใช้คอลออปชันอายุสั้น (Call option คือสิทธิในการซื้อที่ราคาใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด)
Risk Management And Trade Planning
อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าการขึ้นรอบนี้ซึ่งเป็นคลื่น 1 ใกล้ заверш และจะเปลี่ยนไปสู่การปรับฐานในคลื่น 2 ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX) ล่าสุดลดลงมาแถว 15 ซึ่งสะท้อนความมั่นใจของตลาดในระดับสูง แต่สามารถกลับทิศได้เร็วหากเกิดการปรับฐาน (VIX มักถูกมองเป็น “ดัชนีความกลัว” ค่ายิ่งต่ำมักหมายถึงตลาดนิ่ง/นักลงทุนกังวลน้อย). ภาพนี้บ่งชี้ว่าผู้ลงทุนควรวางแผนทยอยทำกำไรจากสถานะขาขึ้น และพิจารณาซื้อพุทออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือทำกำไรจากการย่อตัวที่คาดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า (Put option คือสิทธิในการขายที่ราคาใช้สิทธิ)
การปรับฐานที่คาดนี้ควรถูกมองเป็น “โอกาสเข้าซื้อ” มากกว่าจะเป็นเหตุให้กลับมามองลบต่อแนวโน้มใหญ่ ย้อนดูการฟื้นตัวจากจุดต่ำเดือนเมษายน 2025 ที่ 6367 สะท้อนแรงแกร่งของตลาด คล้ายรอบรีบาวด์แรงหลังการปรับลงหนักในปี 2022 ดังนั้นเราจะรอให้การย่อรอบนี้เกิดขึ้นก่อน แล้วค่อยพิจารณาตั้งสถานะขาขึ้นระยะยาวใหม่
ระดับสำคัญที่ต้องติดตามยังคงเป็นแนว 6367 ซึ่งเป็น “จุดหมุน (pivot point)” (ระดับราคาหลักที่ใช้เป็นแนวรับ-แนวต้านและอ้างอิงทิศทาง). ตราบใดที่การย่อยังอยู่เหนือระดับนี้ โครงสร้างขาขึ้นโดยรวมยังไม่เสีย ทุกกลยุทธ์ควรกำหนดระดับนี้เป็นเส้นชี้ขาดด้านการบริหารความเสี่ยง (หากหลุดลงต่ำกว่า ให้ปิดสถานะลอง)