This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ก่อนการตัดสินใจของเฟดและการเผยแพร่ดัชนี CPI กรุงโตเกียว USD/JPY ยังต่ำกว่า 160.00 เคลื่อนไหวในกรอบใกล้ 159.62

by VT Markets
/
Apr 29, 2026

USD/JPY เคลื่อนไหวในกรอบ 80 พิป (pip = หน่วยการเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำของคู่เงิน โดยทั่วไป 1 พิป = 0.01 สำหรับคู่ที่มีกำหนดทศนิยม 2 ตำแหน่ง เช่น USD/JPY) ในวันอังคาร และปิดใกล้ 159.62 หลังทำจุดต่ำ 158.96 ช่วงเช้าเอเชีย และจุดสูง 159.79 ช่วงปลายนิวยอร์ก คู่เงินแทบไม่เปลี่ยนแปลงมากนักตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม โดยระดับ 160.00 ทำหน้าที่เป็นแนวต้าน (cap = ระดับที่ราคาขึ้นไปติดซ้ำ ๆ) จากการทดสอบหลายครั้ง

ปฏิทินข้อมูลของญี่ปุ่นจะหนาแน่นขึ้นใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า โดยยอดค้าปลีกเดือนมีนาคมจะประกาศวันพุธ คาดที่ 0.8% เมื่อเทียบรายปี (year-on-year = เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) จากเดิม -0.2% ด้านเงินเฟ้อโตเกียว (Tokyo CPI = ดัชนีราคาผู้บริโภคของกรุงโตเกียว ใช้เป็นสัญญาณนำของเงินเฟ้อญี่ปุ่น) จะประกาศวันพฤหัสบดี โดยตัวเลขไม่รวมอาหารสด (ex-fresh-food = ตัดหมวดที่ผันผวนสูงออกเพื่อดูแนวโน้มจริง) คาดที่ 1.8% เมื่อเทียบรายปี จากเดิม 1.7% ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 2 ปีอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ (yields = อัตราผลตอบแทนของพันธบัตร ซึ่งมักสะท้อนทิศทางดอกเบี้ยตลาด)

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น

ฝั่งสหรัฐฯ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed = ธนาคารกลางสหรัฐ) มีกำหนดเวลา 18:00 UTC วันพุธ โดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (federal funds rate = ดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ) ไว้ที่ 3.50% ถึง 3.75% ตลาดยังจับตาความขัดแย้งกับอิหร่าน และความเสี่ยงการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz = เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) ก่อนข้อมูล GDP ไตรมาส 1 ของสหรัฐ และดัชนีราคา Core PCE วันพฤหัสบดี (Core PCE Price Index = ดัชนีราคาเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล “ไม่รวม” อาหารและพลังงาน เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ)

ในกราฟ 15 นาที คู่เงินซื้อขายที่ 159.62 สูงกว่าราคาเปิดวันนั้นที่ 159.36 โดย Stochastic RSI อยู่แถวระดับกลาง 50 (Stochastic RSI = ตัวชี้วัดโมเมนตัมที่ดูความร้อนแรงของราคา โดยยิ่งสูงยิ่งใกล้ภาวะซื้อมาก) ส่วนกราฟรายวัน ราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA = ค่าเฉลี่ยที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า) 50 วันที่ 158.44 และ EMA 200 วันที่ 155.10 โดย Stochastic RSI ใกล้ระดับกลาง 50

ภาพรวมยังคล้ายเดิมเมื่อ USD/JPY ไต่ขึ้นเข้าใกล้ 170.00 ซึ่งเหมือนช่วงที่คู่เงินเคยติดใต้ระดับ 160.00 ในช่วงเดียวกันของปีก่อนในปี 2025 ปัจจัยหลักยังไม่เปลี่ยน คือส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เยนอ่อนค่า โดยดอกเบี้ยนโยบายของ Fed อยู่ที่ 4.50% ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan หรือ BOJ = ธนาคารกลางญี่ปุ่น) ขยับขึ้นเพียง 0.10%

เช่นเดียวกับที่ 160.00 เคยเป็น “เส้นแบ่งสำคัญ” คำเตือนเชิงวาจาที่เข้มขึ้นจากเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นบ่งชี้ว่า 170.00 คือระดับสำคัญใหม่ที่ต้องจับตา ควรจำไว้ว่าเคยเกิดการร่วงลงหลายเยนอย่างรวดเร็วหลังทางการเข้าแทรกแซง (official intervention = รัฐ/ธนาคารกลางเข้าซื้อขายเงินตราจริงเพื่อกดหรือดันค่าเงิน) เมื่อคู่เงินทะลุ 150 ในปี 2022 และความผันผวนที่เกิดขึ้นหลังทะลุ 160 เมื่อปีก่อน ประวัตินี้ชี้ว่า การซื้อคอลออปชันที่ “ไกลนอกเงิน” (far out-of-the-money call options = ออปชันซื้อที่ราคาใช้สิทธิอยู่ไกลกว่าราคาตลาดมาก โอกาสทำกำไรต่ำ แต่หวังได้กำไรมากถ้าราคาแรง) มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะหากทางการขยับเข้าแทรกแซงกะทันหัน ออปชันอาจหมดมูลค่าได้ภายในคืนเดียว

กลยุทธ์ออปชันและความผันผวน

ข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศต่อจากนี้จะเป็นตัวตัดสินทิศทางรอบถัดไป เช่นเดียวกับปี 2025 โดยเงินเฟ้อ Core PCE ล่าสุดของสหรัฐยัง “เหนียว” ที่ 2.8% (sticky = ลดลงยาก/ยืนอยู่สูงนาน) ทำให้ Fed ไม่น่าจะส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยใหม่เร็ว ๆ นี้ จึงช่วยหนุนดอลลาร์ แม้เงินเฟ้อทั้งประเทศของญี่ปุ่นยังอยู่เหนือเป้าหมาย 2% แต่ท่าทีระมัดระวังของ BOJ ยังถ่วงเยน ทำให้แนวโน้มหลักยังชี้ขึ้น

แรงตึงระหว่างแนวโน้มขาขึ้นที่ค่อย ๆ ไต่ กับความเสี่ยงแทรกแซงแบบฉับพลัน ทำให้ความผันผวนโดยนัย (implied volatility = ความผันผวนที่ตลาด “คาด” จากราคาออปชัน) ในตลาดออปชันสูงขึ้น สภาพแวดล้อมนี้ทำให้การขายสแตรงเกิลระยะสั้นดูน่าสนใจ (short-dated strangles = กลยุทธ์ขายออปชันซื้อและออปชันขายพร้อมกัน ต่างราคาใช้สิทธิ หวังกำไรจากราคานิ่งและค่าเสื่อมเวลา) เพราะเทรดเดอร์กำไรได้หากคู่เงินยังถูกจำกัดอยู่ใต้ 170.00 อย่างไรก็ดี กลยุทธ์นี้เสี่ยงสูงหากเกิดการหลุดกรอบแรงไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง

สำหรับผู้ที่ยังมองบวกต่อทิศทางขาขึ้น แต่ต้องการคุมความเสี่ยงแทรกแซง การใช้ออปชันแบบสเปรด (option spreads = ซื้อและขายออปชันร่วมกันเพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) เป็นแนวทางที่เหมาะสม เช่น บูลคอลสเปรด (bull call spread = ซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่า และขายคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อจำกัดกำไรสูงสุดและจำกัดขาดทุนสูงสุด) ช่วยให้ได้ประโยชน์จากการไต่ขึ้นต่อเนื่อง แต่กำหนดขาดทุนสูงสุดไว้หากรัฐบาลเข้ามากดให้คู่เงินร่วง กลยุทธ์นี้ช่วยให้อยู่ในสถานะต่อได้ โดยไม่เปิดรับความเสี่ยงที่อาจทำให้พอร์ตเสียหายหนัก

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code