ความเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐฯ ในวันอังคาร **ผันผวน** สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส: สัญญาที่ตกลงซื้อ/ขายล่วงหน้า) ของดัชนีดาวโจนส์ทรงตัวใกล้ 49,200 จุด และดัชนีตลาดจริง (cash index: ราคาซื้อขายในตลาดขณะนั้น) ปรับขึ้นราว 0.1% หนุนโดยหุ้น Coca-Cola พุ่ง 5% หลังประกาศผลประกอบการ
ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.7% และ Nasdaq Composite ร่วง 1.3% หลังทั้งสองทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อวันจันทร์ รายงานของ The Wall Street Journal เรื่องการเติบโตที่ชะลอลงของ OpenAI กดดันหุ้นกลุ่มชิปและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI (ปัญญาประดิษฐ์)
การเจรจาหยุดยิงแผ่วลง
การหารือหยุดยิงที่มีอิหร่านเกี่ยวข้องดูเหมือนจะชะลอตัว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกแผนส่ง สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ไปปากีสถาน และระบุว่าอาจคุยกันทางโทรศัพท์
เอสมาอีล บาแกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่าไม่มีแผนการประชุมระหว่างเตหะรานกับวอชิงตัน ขณะที่คาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่ารัฐบาลได้หารือข้อเสนอของอิหร่านเกี่ยวกับการ “เปิด” ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: ช่องทางเดินเรือสำคัญสำหรับขนส่งน้ำมัน) ซึ่งผูกกับการยุติสงครามและการยกเลิกมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ
ราคาน้ำมันปรับขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน WTI (น้ำมันดิบสหรัฐฯ) เพิ่มราว 3% ใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent (น้ำมันดิบอ้างอิงทะเลเหนือ) เพิ่ม 2% เหนือ 110 ดอลลาร์
ราวหนึ่งในห้าของน้ำมันโลกไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระบุว่าจะออกจาก OPEC (กลุ่มผู้ส่งออกน้ำมัน) วันที่ 1 พ.ค. โดย UAE เป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 ของ OPEC ในเดือนก.พ. รองจากซาอุดีอาระเบียและอิรัก
จับตางบเทคฯ และเฟด
หุ้น Nvidia ร่วงมากกว่า 3% Broadcom ลดลงกว่า 4% และ AMD, Intel รวมถึง Oracle ปิดลบราว 4% ตลาดรอผลการประชุมเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐฯ) เวลา 18:00 GMT และแถลงข่าวเวลา 18:30 GMT โดยตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงไว้ที่ 3.75%
Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft รายงานผลประกอบการหลังตลาดปิดวันพุธ ส่วน Apple รายงานวันพฤหัสบดี วันพฤหัสบดีมีข้อมูล GDP ไตรมาส 1 (ตัวเลขประมาณการเบื้องต้น) และ PCE เดือนมี.ค. (ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ)