สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระบุว่าจะถอนตัวออกจาก OPEC และ OPEC+ ในวันที่ 1 พฤษภาคม ตามรายงานของรอยเตอร์ส โดยเป็นผลต่อเนื่องจากการทบทวนยุทธศาสตร์พลังงานของประเทศ
การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นในช่วงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งกับอิหร่าน ความเสี่ยงต่อช่องแคบฮอร์มุซกำลังกดดันการส่งออกพลังงานของประเทศอ่าวอาหรับ
ความเสี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ
ช่องแคบฮอร์มุซเป็น “คอขวด” (chokepoint: จุดผ่านทางแคบที่หากมีปัญหาจะทำให้การขนส่งติดขัดทันที) สำหรับการไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG: ก๊าซธรรมชาติที่ทำให้เป็นของเหลวเพื่อขนส่งทางเรือ) สัดส่วนมากของโลก การสะดุดของเส้นทางนี้เคยส่งผลต่อเส้นทางพลังงานโดยรวม
การถอนตัวของ UAE ทำให้กลุ่มที่ซาอุดีอาระเบียมีบทบาทนำมายาวนานมีขนาดเล็กลง และอาจเพิ่มรอยร้าวเรื่อง “โควตาการผลิต” (production quotas: ปริมาณผลิตที่ตกลงแบ่งกันเพื่อคุมอุปทาน) และทิศทางนโยบาย
รอยเตอร์สรายงานว่า เจ้าหน้าที่ต้องการแผนพลังงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายประเทศมากกว่าการพึ่งพาน้ำมันเพียงอย่างเดียว และเชื่อมโยงจังหวะเวลากับความกังวลเรื่องแรงสนับสนุนในภูมิภาคหลังเกิดเหตุโจมตีหลายครั้งระหว่างความขัดแย้ง
ในตลาด WTI (น้ำมันดิบมาตรฐานสหรัฐ) ร่วงลงชั่วคราวใกล้ 96 ดอลลาร์หลังข่าว ก่อนดีดกลับมาประมาณ 97.60 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.8% ในวันเดียวกัน