ราคาทองคำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปรับตัวลงในวันอังคาร ตามข้อมูลที่ FXStreet รวบรวม โดยทองคำอยู่ที่ 551.34 ดีแรห์มต่อกรัม ลดลงจาก 552.88 ดีแรห์มในวันจันทร์
ราคาต่อโทลาลดลงมาอยู่ที่ 6,430.66 ดีแรห์ม จาก 6,448.66 ดีแรห์มในวันก่อนหน้า ราคาอื่นที่ระบุไว้ ได้แก่ 5,513.71 ดีแรห์มต่อ 10 กรัม และ 17,148.39 ดีแรห์มต่อทรอยออนซ์ (troy ounce: หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า โดย 1 ทรอยออนซ์ ≈ 31.1035 กรัม)
FXStreet คำนวณราคาทองคำท้องถิ่นอย่างไร
FXStreet แปลงราคาทองคำโลกเป็นสกุลดีแรห์ม (AED) ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ/ดีแรห์ม (USD/AED) และหน่วยชั่งน้ำหนักที่ใช้ในพื้นที่ ราคาอัปเดตวันละครั้งในช่วงเวลาเผยแพร่ และใช้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น เพราะราคาจริงในประเทศอาจต่างกันเล็กน้อย
ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด โดยซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเป็นยอดซื้อรายปีสูงสุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล ตามรายงานของสภาทองคำโลก (World Gold Council)
โดยทั่วไป ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ที่รัฐบาลสหรัฐออก) และอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ราคาอาจเปลี่ยนตามอัตราดอกเบี้ย เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitics: ความตึงเครียด/การเมืองระหว่างประเทศ) และความกังวลเศรษฐกิจถดถอย ทั้งยังได้รับอิทธิพลจากดอลลาร์ เพราะทองคำซื้อขายด้วยดอลลาร์ในคู่ XAU/USD (XAU คือรหัสทองคำ, USD คือดอลลาร์สหรัฐ)
ประเด็นกลยุทธ์ที่น่าพิจารณา
ภาวะตลาดปัจจุบันถูกขับเคลื่อนโดยความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลง ในอดีต เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) ลดความเข้มงวดจากการขึ้นดอกเบี้ยแรงในช่วงปี 2024-2025 จะทำให้สินทรัพย์ที่ “ไม่ให้ดอกเบี้ย” อย่างทองคำน่าสนใจขึ้น (non-yielding assets: สินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย/คูปอง) ล่าสุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (10-year Treasury yield: ดอกเบี้ยอ้างอิงสำคัญของตลาดการเงิน) อยู่ราว 3.8% ต่ำกว่าจุดสูงในปลายปี 2025 ซึ่งเป็นแรงหนุนต่อทองคำ
อีกด้านหนึ่ง อุปสงค์จากธนาคารกลางยังช่วยพยุงราคา หลังยอดซื้อสูงในปี 2022 และ 2023 ธนาคารกลาง โดยเฉพาะในเอเชีย ยังคงเพิ่มทุนสำรองตลอดปี 2025 แนวโน้มนี้ทำให้เกิด “อุปสงค์เชิงโครงสร้าง” (structural demand: ความต้องการซื้อระยะยาวจากปัจจัยพื้นฐาน) ซึ่งช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับลงแรง
ภายใต้ปัจจัยหนุนดังกล่าว ผู้ลงทุนบางส่วนอาจมองการปรับลงเล็กน้อยเป็นจังหวะเข้าซื้อหรือเพิ่มสถานะขาขึ้น (bullish positions: การลงทุนที่คาดว่าราคาจะขึ้น) โดยอาจใช้ “ออปชันคอล” (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคา определไว้) ที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาด (strike price: ราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาออปชัน) เพื่อเก็งกำไรการดีดกลับในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า วิธีนี้ช่วยเปิดโอกาสรับกำไร แต่จำกัดความเสี่ยงไว้ที่เงินที่จ่ายเป็นค่าเบี้ยออปชัน (premium: ค่าใช้สิทธิ)
อย่างไรก็ตาม ต้องระวังความสัมพันธ์แบบสวนทางระหว่างทองคำกับดอลลาร์สหรัฐ หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาดจนหนุนดอลลาร์ อาจกดดันทองได้ ดังนั้น การถือสถานะซื้อในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาที่ตกลงซื้อขายในอนาคตด้วยราคาที่กำหนด) หรือออปชัน ควรกำหนดจุดตัดขาดทุน (stop-loss: คำสั่งปิดสถานะเมื่อราคาผิดทางถึงระดับที่กำหนด) อย่างมีวินัย หรือกระจายความเสี่ยงด้วยการถือสินทรัพย์ที่อิงดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (U.S. Dollar Index: DXY ดัชนีวัดความแข็งค่าของดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก)