AUD/USD ปรับขึ้นเข้าใกล้ 0.7200 โดยเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าราว 0.53% ในวันจันทร์ คู่เงินซื้อขายแถว 0.7185 หลังดีดกลับจากจุดต่ำสุดของวัน 0.7125 ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดบวกเล็กน้อยในวันจันทร์ ช่วยพยุงบรรยากาศรับความเสี่ยงก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) การประชุม Fed จัดตั้งแต่วันอังคารถึง 29 เม.ย. และจะมีแถลงการณ์นโยบาย รวมถึงการแถลงข่าวครั้งสุดท้ายของเจอโรม พาวเวลล์ในฐานะประธาน Fed
ข้อเสนออิหร่าน และประเด็นที่ตลาดจับตา
อิหร่านส่งข้อเสนอ 3 ขั้นให้สหรัฐเพื่อยุติสงคราม ได้แก่ ยุติทันทีพร้อมหลักประกัน เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ในภายหลัง สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์หารือข้อเสนอนี้กับที่ปรึกษาความมั่นคงระดับสูง หลังการเจรจาสะดุดเมื่อสัปดาห์ก่อน เพราะอิหร่านไม่เข้าร่วมการพูดคุย
ทรัมป์ยังยกเลิกการเดินทางไปปากีสถานของผู้แทนพิเศษของตน ตลาดหันไปจับตาเงินเฟ้อออสเตรเลียจากสำนักงานสถิติออสเตรเลีย (ABS) ในวันพุธ หลังวันอังคารไม่มีตัวเลขสำคัญจากออสเตรเลีย
ฝั่งสหรัฐ ข้อมูลที่กำลังจะประกาศ ได้แก่ ADP Employment Change (ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ซึ่งเป็นข้อมูลชี้นำตลาดแรงงาน), ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ (การนำข้อมูล 4 สัปดาห์มาหาค่าเฉลี่ยเพื่อลดความผันผวน), ข้อมูลที่อยู่อาศัย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ Conference Board ประจำเดือนเมษายน
เรากำลังเห็นรูปแบบที่คุ้นเคยในเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งคล้ายช่วงปลายเดือนเมษายน 2025 ตอนนั้น ความกังวลเรื่องความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านที่ลดลงช่วยหนุน AUD/USD ขึ้นไปแถว 0.7200 ขณะที่บรรยากาศเชิงบวกในวอลล์สตรีทเป็นแรงหนุนเพิ่มเติมต่อเงินออสซี่ซึ่งเป็นสกุลเงินที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยง (หมายถึงมักแข็งค่าเมื่อผู้ลงทุนรับความเสี่ยงมากขึ้น)
ทำไมเงินออสซี่ยังฟื้นช้า
แต่วันนี้สถานการณ์ต่างออกไป เพราะ AUD/USD ยังแกว่งอ่อนแถว 0.6550 แม้ช่วงหลังบรรยากาศรับความเสี่ยงจะดีขึ้นบ้าง แม้ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ลดลงเล็กน้อย แต่เงินออสซี่ไม่ตอบสนองแรงเท่าเดิม ดัชนี S&P 500 (ดัชนีหุ้นสหรัฐขนาดใหญ่ 500 บริษัท) ก็ปรับขึ้น ล่าสุดเพิ่มกว่า 2% ในรอบเดือน แต่ยังไม่พอจุดแรงซื้อให้สกุลเงินนี้
ปัจจัยสำคัญคือเงินเฟ้อออสเตรเลียที่ยังสูง โดยไตรมาส 1 ปี 2026 อยู่ที่ 3.8% ทำให้ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ยังไม่พร้อมพิจารณาลดดอกเบี้ย และคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 4.35% เงินเฟ้อสูงโดยปกติควรเป็นแรงหนุนค่าเงิน แต่ถูกกลบด้วยปัจจัยโลกอื่น
แรงกดดันหลักคือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับออสเตรเลียที่ห่างกันมาก โดย Fed คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.25% ถึง 5.50% ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐมีผลตอบแทนดีกว่าอย่างชัดเจน (yield advantage คือถือเงินสกุลนั้นแล้วได้ดอกเบี้ย/ผลตอบแทนสูงกว่า) จึงคุ้มกว่าที่จะถือดอลลาร์สหรัฐมากกว่าดอลลาร์ออสเตรเลีย ส่งผลกดดันให้ AUD/USD อ่อนค่า
ท่ามกลางสัญญาณที่ขัดแย้งกัน ควรมองว่าความผันผวนอาจถูกประเมินต่ำไป กลยุทธ์ออปชัน (options คือสัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อหรือขายในอนาคต) ที่ได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง เช่น long straddle (ซื้อออปชัน “ซื้อ” และ “ขาย” ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังกำไรจากการแกว่งแรง) อาจเหมาะในช่วงใกล้การประกาศของธนาคารกลาง ตลาดเหมือนกำลังรอ “เบรกกรอบ” (breakout คือหลุดแนวรับ/แนวต้านสำคัญ) แต่ทิศทางยังไม่ชัด
ส่วนต่างดอกเบี้ยที่สูงยังทำให้การ “ขาย AUD/USD” เพื่อทำแคร์รี่เทรด (carry trade คือกู้/ขายสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำ แล้วไปถือสกุลเงินดอกเบี้ยสูงเพื่อกินส่วนต่าง) ยังคงเป็นที่นิยม นั่นหมายความว่าเมื่อคู่เงินเด้งขึ้น มักเจอแรงขายจากนักเทรดที่ต้องการใช้ประโยชน์จากส่วนต่างผลตอบแทน เราเห็นภาพนี้ในเดือนมีนาคม 2026 เมื่อการดีดขึ้นเหนือ 0.6650 เกิดขึ้นไม่นานก็ถูกขายกลับอย่างรวดเร็ว