ผลสำรวจตลาดก่อนหน้านี้ชี้ว่ามีโอกาสสูงที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ แต่หลังผู้ว่าการคาซูโอะ อุเอดะ กล่าวในเวทีประชุม IMF/ธนาคารโลกโดยไม่ส่งสัญญาณว่าจะขยับเร็ว ๆ นี้ ตลาดจึงปรับมุมมองไปเป็นเดือนมิถุนายนแทน
BoJ ถูกมองว่า “ระมัดระวัง” โดยใช้ “เงินเฟ้อพื้นฐาน” เป็นตัวตั้งในการกำหนดนโยบาย (เงินเฟ้อพื้นฐานคือเงินเฟ้อที่ตัดรายการผันผวนอย่างอาหารสดและพลังงาน เพื่อดูแนวโน้มราคาแท้จริง) อุเอดะกล่าวถึงแรงกดดันต่อ “อัตราแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการสุทธิ” ของญี่ปุ่น (terms of trade คือความคุ้มค่าระหว่างราคาสินค้าส่งออกเทียบกับราคานำเข้า) จากการนำเข้าพลังงานที่แพงขึ้น และความเสี่ยงด้านลบต่อเศรษฐกิจที่ตามมา
Policy Signals And Market Timing
อุเอดะยังชี้ว่า “อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง” ของญี่ปุ่นยังต่ำมาก (real interest rate คือดอกเบี้ยหลังหักเงินเฟ้อ) สะท้อนว่าสภาวะการเงินยัง “ผ่อนคลายมาก” แม้ BoJ จะเริ่ม “คุมเข้ม” ไปบ้างแล้ว (tightening คือการลดความผ่อนคลาย เช่น ขึ้นดอกเบี้ยหรือดูดสภาพคล่อง) ขณะที่มีบางฝ่ายมองว่า BoJ “ตามหลังสถานการณ์” เพราะเงินเฟ้อทั่วไปยังค่อนข้างทรงตัวในระดับสูง (headline inflation คือเงินเฟ้อรวมทุกหมวด)
BoJ ให้ความสำคัญกับมาตรวัดเงินเฟ้อพื้นฐานของตนเอง และระยะหลังเปิดเผยรายละเอียดมากขึ้น ตลาดจำนวนมากคาดว่า BoJ จะปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน
ทิศทางการสื่อสารของ BoJ เกี่ยวกับเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มเป็นตัวกำหนดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน
ตลาดกลับมาให้น้ำหนักว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปของ BoJ อาจเกิดช่วงฤดูร้อน โดยมีแนวโน้มเป็นเดือนกรกฎาคม ณ ปลายเดือนเมษายน 2026 น้ำเสียงที่ระมัดระวังของอุเอดะล่าสุดทำให้การคาดการณ์ว่าจะขยับในที่ประชุมเดือนมิถุนายนเบาบางลง ส่งผลให้ตลาดมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งสามารถใช้ “ตราสารอนุพันธ์” เพื่อบริหารความเสี่ยงได้ (derivatives คือตราสารที่มูลค่าผูกกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน อัตราดอกเบี้ย)
Trading Implications Into Summer
มีเหตุผลที่ BoJ จะยังระมัดระวัง เพราะเงินเยนยังอ่อนค่า โดย USD/JPY อยู่เหนือระดับ 160 ต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ “เงินเฟ้อนำเข้า” เพิ่มขึ้น (imported inflation คือราคาสินค้านำเข้าแพงขึ้นเพราะค่าเงินอ่อน) แม้ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัวที่ 2.4% แต่ BoJ กังวลว่าการขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไปจะกระทบการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง อุเอดะย้ำว่าแม้ขึ้นดอกเบี้ยมาบางครั้ง แต่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังติดลบมาก หมายความว่านโยบายการเงินยังสนับสนุนเศรษฐกิจอยู่มาก
หากย้อนกลับไปช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2025 เคยเกิดรูปแบบคล้ายกัน คือความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยถูกเลื่อนจากเมษายนไปมิถุนายนตามการสื่อสารของผู้ว่าการ กรอบพฤติกรรมนี้สะท้อนว่า BoJ ให้ความสำคัญกับมาตรวัดเงินเฟ้อพื้นฐานของตนเองและ “แนวทางล่วงหน้า” (forward guidance คือการสื่อสารทิศทางนโยบายในอนาคตเพื่อชี้นำตลาด) มากกว่าการตอบสนองต่อแรงกดดันระยะสั้นจากตลาด แม้พฤติกรรมของ BoJ โปร่งใสขึ้น แต่ “จังหวะเวลา” ยังคงตั้งใจทำให้ไม่ชัดเจน
สำหรับผู้ค้า หมายความว่าราคาพรีเมียมของ “ออปชัน” เงินเยนอาจสูงขึ้นก่อนถึงการประชุมนโยบายเดือนกรกฎาคม (options คือสัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องทำก็ได้) การวางตำแหน่งเพื่อรับโอกาสที่ “ความผันผวน” เพิ่มขึ้นด้วย “สตรัดเดิล” บน USD/JPY อาจเป็นทางเลือกที่รอบคอบ (straddle คือการซื้อออปชันซื้อและขายที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อทำกำไรเมื่อราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) สัญญาณสำคัญที่ต้องจับตาคือการปรับคาดการณ์เงินเฟ้อของ BoJ ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยในครึ่งหลังของปี