USD/JPY เคลื่อนไหวใกล้ 159.30 ขณะที่นักลงทุนจัดพอร์ตล่วงหน้าก่อนผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) โดยตลาดคาดว่า BoJ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (benchmark rate: ดอกเบี้ยหลักที่ใช้กำหนดทิศทางต้นทุนการเงิน) ไว้ที่ 0.75% พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
เงินเยนแข็งค่าขึ้นจากความคาดหวังดังกล่าว แม้ความต่างของนโยบายกับธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังหนุนดอลลาร์สหรัฐอยู่ ความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อใกล้สองเดือนยังช่วยพยุงดีมานด์ดอลลาร์ในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven: สินทรัพย์ที่มักถูกซื้อเมื่อความเสี่ยงสูง)
Four Hour Technical Snapshot
บนกราฟ 4 ชั่วโมง USD/JPY อยู่แถว 159.29 โดยยังยืนเหนือแนวรับใกล้ 159.27 และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา (Simple Moving Average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง) 100 ช่วงเวลา ที่ 159.21 ขณะที่แนวต้านอยู่ใกล้ 159.30 และเส้น SMA 20 ช่วงเวลา ที่ 159.47
ดัชนี Relative Strength Index (RSI) 14 ช่วงเวลา (ตัวชี้วัดแรงซื้อ-แรงขาย) อยู่ราว 47 สะท้อนโมเมนตัมเป็นกลาง แนวรับถัดไปอยู่ที่ 159.20 และหากหลุดต่ำกว่าแถว 159.10 อาจเปิดทางให้ปรับลงลึกขึ้น
ภาพตลาดช่วงปลายปี 2025 เคยตึงตัวบริเวณ 159.30 จากการคาดการณ์ว่า BoJ จะใช้นโยบาย “เข้มงวด” (hawkish: มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/ลดการผ่อนคลาย) ต่อมาโครงสร้างตลาดเปลี่ยนไปมาก หลังมีมาตรการที่ทำให้ภาพรวมต่างจากเดิม การทำ “แคร์รีเทรด” (carry trade: กู้/ขายสกุลที่ดอกเบี้ยต่ำไปซื้อสกุลที่ดอกเบี้ยสูงเพื่อกินส่วนต่าง) ที่เคยทำกำไรได้มากเริ่มน่าสนใจน้อยลง เพราะส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่าง Fed และ BoJ แคบลงมาเหลือต่ำกว่า 375 เบสิสพอยต์ (basis points: 1 เบสิสพอยต์ = 0.01%)
Volatility And Positioning Backdrop
การดีดเหนือ 160.00 ช่วงปลายปีก่อนกลายเป็นจุดแตกหัก กระตุ้นให้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงซื้อเงินเยน (intervention: การเข้าซื้อ/ขายค่าเงินโดยหน่วยงานรัฐเพื่อชะลอความผันผวน) คล้ายที่เคยเกิดในปี 2022 และ 2024 ส่งผลให้ค่าเงินเคลื่อนไหวแรง และตอกย้ำว่าสัญญาณเตือนจากทางการมีน้ำหนัก ทำให้ต้นทุนและความเสี่ยงของการ “สวนทางทางการ” สูง จึงระมัดระวังการกลับไปถือสถานะ “ขายเยน” (short yen: ได้ประโยชน์เมื่อเยนอ่อนค่า) ขนาดใหญ่ใกล้ระดับสูงเดิม
ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) ของออปชัน USD/JPY ซึ่งเคยพุ่งเกิน 14% ระหว่างช่วงแทรกแซง ล่าสุดอยู่แถว 8-9% สำหรับสัญญาอายุ 3 เดือนในสัปดาห์นี้ ภาวะผันผวนที่ลดลงอาจเอื้อต่อกลยุทธ์ขายออปชันแบบ “สแตรงเกิล” หรือ “สแตรดเดิล” (strangle/straddle: ขายออปชันสองด้านเพื่อรับค่าเบี้ย โดยหวังให้ราคาแกว่งในกรอบ) เพื่อรับ “พรีเมียม” (premium: ค่าเบี้ยประกัน/ค่าออปชัน) ระหว่างที่ราคาแกว่งในกรอบมากขึ้น แทนการเดิมพันทางเดียวแรง ๆ แบบปีก่อน
ภาพทางเทคนิคที่เคยให้น้ำหนักโซน 159.00 ในปี 2025 ลดความสำคัญลง ปัจจุบันตลาดจับตาแนวต้านแกร่งใกล้ 148.00 ที่จำกัดการรีบาวด์สองครั้งในปีนี้ ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่แถว 144.50 นักลงทุนอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงสินทรัพย์อ้างอิง) อาจใช้กรอบนี้วางแผน เช่น ออปชันแบบ “น็อกเอาต์” (knock-out options: ออปชันที่หมดสิทธิอัตโนมัติเมื่อราคาแตะระดับกำหนด) เพื่อลดต้นทุนการเข้าซื้อสำหรับกลยุทธ์ในกรอบดังกล่าว