ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐปรับตัวลงในวันจันทร์ โดยฟิวเจอร์ส DJIA ลดลงราว 0.4% มาแถว 49,100 จุด หลังจากเคยหลุดลงไปต่ำกว่า 49,050 จุดช่วงสั้นๆ ขณะที่ S&P 500 ลดลงราว 0.2% และ Nasdaq Composite ลดลงราว 0.4% หลังจากทั้งสองดัชนีทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันศุกร์
ความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านทำให้ตลาดพลังงานยังตึงตัว หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยกเลิกแผนส่งสตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ไปปากีสถานเพื่อหารือเรื่องหยุดยิง กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่าไม่มีนัดพบกับวอชิงตัน ขณะที่ Axios รายงานว่าอิหร่านเสนอ “เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง” เพื่อแลกกับการเลื่อนการเจรจานิวเคลียร์
Oil Markets Tighten
น้ำมันดิบ WTI (น้ำมันดิบสหรัฐ) ขึ้นเหนือ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent (น้ำมันอ้างอิงตลาดโลก) ทะลุ 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งคู่เพิ่มขึ้นราว 3% ในวันเดียวกัน ส่วน Stochastic RSI (ตัวชี้วัดโมเมนตัมราคาแบบผสม ระหว่าง Stochastic กับ RSI ใช้ดูแรงซื้อแรงขายระยะสั้น) บนกราฟ 5 นาทีอยู่ใกล้ 34
ผลการตัดสินใจของ FOMC (คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด) จะประกาศวันพุธเวลา 18:00 GMT และแถลงข่าวเวลา 18:30 GMT โดย CME FedWatch (เครื่องมือคำนวณความน่าจะเป็นจากราคาฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย) ประเมินโอกาส “คงดอกเบี้ย” ที่กรอบ 3.50% ถึง 3.75% ราว 99% ขณะที่ Polymarket (ตลาดคาดการณ์ที่สะท้อนความน่าจะเป็นจากการซื้อขาย) แสดงโอกาส 40% ที่ปี 2026 จะไม่ลดดอกเบี้ยเลย และ 28% ที่จะลด 1 ครั้ง
หุ้นกลุ่ม Magnificent Seven (หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ 7 บริษัทที่มีอิทธิพลสูงต่อดัชนี) จะรายงานผลประกอบการ 5 บริษัทในสัปดาห์นี้ โดย Microsoft, Meta, Alphabet และ Amazon ในวันพุธ และ Apple ในวันพฤหัสบดี ขณะเดียวกัน JPMorgan ปรับเป้าหมายสิ้นปีของ S&P 500 ขึ้นเป็น 7,600 จาก 7,200
Verizon เพิ่มขึ้นราว 3.5% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปี 2026 แบบ adjusted (กำไร “ปรับรายการพิเศษออก” เพื่อสะท้อนผลดำเนินงานหลัก) ส่วน Qualcomm พุ่งราว 10% จากรายงานข่าวความร่วมมือ ขณะที่ Domino’s ร่วงราว 10%, Marvell ลดลงมากกว่า 5% และ POET Technologies ดิ่งเกือบ 50%
Key Macro Catalysts Ahead
วันพฤหัสบดีจะมีข้อมูล GDP ไตรมาส 1 เวลา 12:30 GMT คาดโตแบบ annualised (คำนวณให้เป็นอัตรา “ทั้งปี” จากข้อมูลไตรมาส) ที่ 2.2% เทียบก่อนหน้า 0.5% รวมถึง core PCE (ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล “ไม่รวมอาหารและพลังงาน” เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อหลักที่เฟดติดตาม) คาด 3.2% YoY (เทียบกับปีก่อน) จาก 3.0% ส่วนวันศุกร์ ISM manufacturing PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต ใช้วัดทิศทางการขยายตัว/หดตัวของภาคการผลิต) คาดที่ 53 จาก 52.7