ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลดช่วงบวกที่ทำไว้ก่อนหน้า หลังไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และนักลงทุนหันไปจับตาสัปดาห์ที่มีเหตุการณ์สำคัญจำนวนมาก โดยวันจันทร์แทบไม่มีข่าวใหม่ ทำให้การซื้อขายซบเซา ขณะที่ราคาน้ำมันแข็งค่าขึ้น
ความสนใจย้ายไปยังสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะมีข่าวและตัวเลขสำคัญออกมามาก หลังเริ่มต้นสัปดาห์อย่างเงียบ ๆ การเปลี่ยนโฟกัสดังกล่าวทำให้ความต้องการรับความเสี่ยงลดลง และจำกัดโอกาสที่ตลาดจะปรับขึ้นแรง
Alphabet Leads The Market
Alphabet ทำสถิติสูงสุดใหม่ก่อนประกาศผลประกอบการ โดยให้ผลตอบแทนดีกว่าสมาชิกกลุ่ม “Magnificent 7” (หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ 7 ตัวที่ถูกมองว่าเป็นแกนนำตลาด) รวมถึง Nvidia เพราะโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Gemini ได้รับความสนใจควบคู่กับธุรกิจโฆษณา
ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาร้อนแรง ตลาดเริ่มแสดงอาการลังเลอีกครั้ง ดัชนีความผันผวน VIX (ดัชนีวัดความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักถูกใช้เป็นตัวชี้ “ความกลัว” ของตลาด) ล่าสุดดีดกลับขึ้นเหนือระดับ 20 สะท้อนความกังวลต่อความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ และความคืบหน้าทางการทูตที่ยังไม่ชัดเจน ผู้ที่เทรดอนุพันธ์ (ตราสารที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น ออปชันและฟิวเจอร์ส) อาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงพอร์ตที่ถือฝั่งซื้อ (พอร์ตที่ได้ประโยชน์เมื่อตลาดขึ้น) โดยซื้อพุทออปชัน (Put option: สิทธิในการขายที่ราคาเดิม เพื่อคุ้มครองหากราคาตลาดร่วง) บนดัชนีกว้างอย่าง SPY (กองทุนอีทีเอฟที่อิงดัชนี S&P 500) เพื่อกันความเสี่ยงขาลงแบบฉับพลัน
บรรยากาศเงียบ ๆ ต้นสัปดาห์เหมือนช่วงสงบก่อนความผันผวนจะมา โดยมีการตัดสินใจนโยบายเดือนพฤษภาคมของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: ธนาคารกลางที่กำหนดดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ) และรายงานเงินเฟ้อเดือนเมษายนรออยู่ เราเห็นราคาขึ้นลงสลับไปมา เพราะนักลงทุนไม่อยากเพิ่มสถานะขนาดใหญ่ก่อนตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ สภาพแวดล้อมแบบนี้อาจเหมาะกับกลยุทธ์อย่าง “ลองสตรัดเดิล” (Long straddle: ซื้อคอลออปชันและพุทออปชันพร้อมกันที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังได้กำไรจากการแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) บน QQQ (อีทีเอฟที่อิงดัชนี Nasdaq 100) ซึ่งจะได้ประโยชน์หากราคาขยับแรงหลังข่าวออก
รูปแบบคล้ายกันเคยเกิดขึ้นในปี 2025 เมื่อหุ้นบางตัวที่มี “เรื่องราวหนุน” แข็งแรง (ปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นเฉพาะตัว เช่น เทคโนโลยีใหม่หรือการเติบโตเด่น) เคลื่อนไหวสวนตลาดที่ระมัดระวัง เช่นเดียวกับช่วงที่ Alphabet พุ่งจากแรงหนุนของ Gemini AI ปัจจุบันยังทำผลงานดีกว่าต่อเนื่อง โดยปี 2026 ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (year-to-date) ให้ผลตอบแทนดีกว่า Nasdaq 100 มากกว่า 12% สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าลงทุนฝั่งมองบวก อาจเลือกซื้อคอลออปชัน (Call option: สิทธิในการซื้อที่ราคาเดิม เพื่อได้ประโยชน์หากราคาขึ้น) ในหุ้นผู้ชนะรายตัวที่เด่นชัด อาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการคาดหวังว่าตลาดทั้งตลาดจะปรับขึ้นพร้อมกัน