Rabobank คาดว่า ธนาคารกลางแคนาดา (Bank of Canada) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายข้ามคืน (overnight policy rate: ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยระยะสั้นของระบบการเงิน) ไว้ที่ 2.25% ไปจนถึงสิ้นปี โดยคาดว่าจะ “ไม่เปลี่ยนแปลง” ในการประชุมวันที่ 29 เม.ย.
คณะผู้กำหนดนโยบายการเงิน (Governing Council: คณะกรรมการระดับสูงที่ตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย) มีการเปลี่ยนตัวบุคลากร โดยแต่งตั้งรองผู้ว่าการ (deputy governors: ผู้บริหารระดับรองผู้ว่าการที่ช่วยกำกับนโยบาย) ใหม่ 2 คน ขณะที่ตำแหน่งรองผู้ว่าการจากภายนอก (external deputy governor: รองผู้ว่าการที่มาจากนอกองค์กร) ยังว่างอยู่
Inflation And Growth Outlook
เงินเฟ้อเคยทรงตัวใกล้เป้าหมาย ก่อนแรงหนุนจากราคาพลังงานทำให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อฝั่งสูงเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจขยายตัวผันผวน และผลิตภาพอ่อนแอ (productivity: ประสิทธิภาพการผลิตต่อแรงงาน/ต่อชั่วโมงทำงาน) แต่คาดว่านโยบายยัง “คงไว้” ไม่เปลี่ยน
ก่อนความขัดแย้ง ความเชื่อมั่นครัวเรือนดีขึ้นเล็กน้อย แผนการใช้จ่ายยังซบาแต่แย่น้อยลงหลังความตึงเครียดด้านการค้าผ่อนคลาย ผู้คนยังมองว่าตลาดแรงงานอ่อน และกังวลความมั่นคงของงาน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงจาก AI (AI-related disruption: การที่ระบบอัตโนมัติ/ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาแทนงานหรือเปลี่ยนรูปแบบงาน)
ก่อนสงคราม ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะใกล้ยังสูงจากราคาอาหาร ขณะที่ความคาดหวังระยะยาวลดลงเล็กน้อย หลังสงคราม แบบสำรวจชี้ว่าคาดเศรษฐกิจอ่อนแรงลงและราคาสูงขึ้น ทำให้บางส่วนเลื่อนการท่องเที่ยวและการซื้อสินค้าราคาแพง
Policy Rate Outlook
เราคาดว่า Bank of Canada จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ในการประชุมวันพุธที่ 29 เม.ย. โดยมีแนวโน้มจะ “มองข้าม” การเร่งขึ้นของเงินเฟ้อระยะล่าสุด เพราะเห็นว่าเป็นผลชั่วคราวจากแรงกระแทกด้านราคาพลังงานภายนอก (external energy shocks: ราคาพลังงานผันผวนจากปัจจัยนอกประเทศ/เหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้) ตั้งแต่ปีก่อน เศรษฐกิจพื้นฐานยังอ่อนเกินกว่าจะรองรับการขึ้นดอกเบี้ยในตอนนี้
รายงานของสถิติแคนาดา (Statistics Canada: สำนักงานสถิติของรัฐบาล) สัปดาห์ที่แล้วระบุว่าเงินเฟ้อเดือนมี.ค. แตะ 3.1% โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบปีก่อน จากปัญหาสินค้าขาดช่วง (supply disruptions: การสะดุดของการผลิต/ขนส่งทำให้ของมีน้อยลง) ในปี 2025 อย่างไรก็ดี ตัวเลข GDP ล่าสุด (GDP: มูลค่าผลผลิตรวมในประเทศ) ชี้ว่าเศรษฐกิจเดือนก.พ. ขยายตัวเพียง 0.1% สนับสนุนมุมมองว่า ธนาคารกลางจะให้น้ำหนักกับการพยุงการเติบโตมากกว่าการสกัดเงินเฟ้อที่มาจากพลังงานลักษณะนี้
ความอ่อนแอยังเห็นได้จากตลาดแรงงาน โดยเดือนมี.ค. เพิ่มการจ้างงานเพียง 5,000 ตำแหน่ง สะท้อนความกังวลผู้บริโภคเรื่องความมั่นคงของงานที่เกิดขึ้นหลังสงครามในปี 2025 โดยเฉพาะความอ่อนแรงในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูก AI เข้ามาเปลี่ยนงาน ซึ่งกดดันความเชื่อมั่น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ Conference Board (consumer confidence index: ดัชนีที่วัดมุมมองครัวเรือนต่อเศรษฐกิจและรายได้) ล่าสุดลดลงมาอยู่ที่ 85.2 สะท้อนว่าครัวเรือนไม่พร้อมรับต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้น
สำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอกเบี้ย/พันธบัตร/ค่าเงิน) มุมมองนี้ชี้ว่าการวางกลยุทธ์คาดดอกเบี้ยทรงตัวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าอาจเหมาะสม ทางเลือกที่อาจได้ประโยชน์จากความผันผวนต่ำในตลาดพันธบัตรแคนาดา (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต โดยมักใช้ป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไร; low volatility: ราคาแกว่งน้อย) อาจน่าสนใจ เราเห็นเหตุผลจำกัดในการเตรียมรับเซอร์ไพรส์ขึ้นดอกเบี้ย
นโยบายคงดอกเบี้ยน่าจะทำให้ดอลลาร์แคนาดายังถูกกดดัน โดยเฉพาะเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ หากธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น (hawkish stance: แนวโน้มคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง/ไม่รีบลดดอกเบี้ย) ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศอาจกว้างขึ้น ผู้ลงทุนอาจใช้ “ออปชัน” วางตำแหน่งรับดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่า (loonie: ชื่อเรียกดอลลาร์แคนาดา) โดยคาดว่า USD/CAD จะปรับขึ้น (USD/CAD: อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อดอลลาร์แคนาดา)