USD/CAD ปรับลงเป็นวันที่สองในวันจันทร์ ซื้อขายแถว 1.3610 ลดลง 0.44% ทำระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังเงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar) อ่อนค่า และบรรยากาศการลงทุน (market sentiment: ความรู้สึกของนักลงทุนต่อความเสี่ยง) ดีขึ้น
ตลาดตอบรับรายงานความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอีกครั้ง โดย Axios ระบุว่าเตหะรานเสนอแนวทางใหม่เพื่อยุติความขัดแย้ง และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของอุปทานน้ำมันทั่วโลก
Risk Sentiment And Safe Haven Flows
รายงานดังกล่าวทำให้ความต้องการถือเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สินทรัพย์ที่มักถูกซื้อเมื่อกังวลความเสี่ยง) ลดลง อย่างไรก็ดี การเจรจายังถูกมองว่าไม่แน่นอน
ดอลลาร์แคนาดา (Canadian Dollar) ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดย WTI (West Texas Intermediate: น้ำมันดิบมาตรฐานของสหรัฐฯ) เคลื่อนไหวราว 94.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.32% ในวันเดียว จากความกังวลเรื่องอุปทานหลังเกิดความติดขัดในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลาหลายสัปดาห์
แคนาดาเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดไปยังสหรัฐฯ จึงมักหนุนดอลลาร์แคนาดาเมื่อราคาน้ำมันปรับขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมีข้อตกลงที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านอุปทาน อาจกดดันราคาน้ำมันดิบและทำให้แรงหนุนนี้อ่อนลง
ตลาดจับตาการตัดสินใจนโยบายในวันพุธของธนาคารกลางแคนาดา (Bank of Canada: BoC) และธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed) โดยส่วนใหญ่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้
Central Bank Outlook And Volatility
การประชุมของเฟดอาจเพิ่มความผันผวน (volatility: การแกว่งตัวของราคา) ให้เงินดอลลาร์ในช่วงถัดไป จากความไม่ชัดเจนเรื่องทิศทางนโยบายในอนาคต และความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของ Jerome Powell ในตำแหน่งประธาน
เมื่อปีก่อน ตลาดให้ความสำคัญกับการคงดอกเบี้ยของ BoC และ Fed ในช่วงเงินเฟ้อสูง แต่ปัจจัยหลักในตอนนี้คือ “จังหวะการลดดอกเบี้ยที่ไม่พร้อมกัน” (divergence in easing cycles: ฝั่งหนึ่งเริ่มลดดอกเบี้ยก่อน อีกฝั่งลดช้ากว่า) โดย BoC เริ่มลดดอกเบี้ยแล้ว ขณะที่เฟดยังคงระมัดระวัง ความต่างของอัตราดอกเบี้ย (interest rate differential: ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) ที่เอื้อให้ถือเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงเป็นแรงพยุงสำคัญของคู่เงิน USD/CAD