เงิน (XAG/USD) ซื้อขายที่ระดับ 75.59 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในวันจันทร์ ลดลง 0.15% จาก 75.70 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ราคาเพิ่มขึ้น 6.34% ตั้งแต่ต้นปี
เมื่อคิดเป็นหน่วย เงินอยู่ที่ 75.59 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และ 2.43 ดอลลาร์ต่อกรัม อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold/Silver ratio: ตัวชี้วัดเปรียบเทียบว่า “ทองคำ 1 ออนซ์” มีมูลค่าเทียบเท่า “เงินกี่ออนซ์”) อยู่ที่ 62.25 ในวันจันทร์ เทียบกับ 62.21 ในวันศุกร์
ภาพรวมตลาดเงิน (Silver Market Overview)
เงินซื้อขายในฐานะโลหะมีค่า สามารถซื้อแบบสินค้าจริง เช่น เหรียญหรือแท่ง หรือซื้อผ่านกองทุนอีทีเอฟ (ETF: กองทุนที่ซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น และมีเป้าหมายติดตามราคาสินทรัพย์อ้างอิง) ที่ติดตามราคาเงิน นอกจากนี้ เงินยังถูกใช้เป็นการเก็บมูลค่าและเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนในบางช่วงเวลา
ราคาสามารถได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (เหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่กระทบตลาด), ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย, อัตราดอกเบี้ย และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะราคาเงินอ้างอิงเป็นดอลลาร์ ปริมาณอุปทานจากเหมือง การรีไซเคิล และการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ก็ทำให้ราคาเคลื่อนไหวได้
การใช้ในภาคอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์และพลังงานแสงอาทิตย์ ส่งผลต่ออุปสงค์และราคา เงินมักเคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกับทองคำ และอัตราส่วนทองคำต่อเงินถูกใช้เพื่อเปรียบเทียบ “ความแพง-ถูก” ของทั้งสองเมื่อเทียบกัน
ปัจจัยขับเคลื่อนและแนวโน้ม (Market Drivers And Outlook)
ราคาเงินทรงตัวที่ 75.59 ดอลลาร์ สะท้อนแนวโน้มต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ตลอดปี 2025 ราคาเงินปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากดอลลาร์ที่อ่อนค่าและธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปลี่ยนทิศทางไปสู่ดอกเบี้ยที่ต่ำลง แรงหนุนต่อเนื่องนี้ทำให้ระดับราคาต่ำสุดของตลาดยกสูงขึ้น และกลายเป็นฐานให้ราคาเคลื่อนไหวต่อ
ปัจจัยสำคัญที่พยุงราคา คืออุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 50% ของการใช้เงินต่อปี กระแสพลังงานสีเขียวทั่วโลกเป็นแรงขับหลัก โดยการผลิตแผงโซลาร์ซึ่งใช้เงินจำนวนมาก ขยายตัวราว 40% ในปี 2025 ตามข้อมูลของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) สิ่งนี้ช่วยสร้างฐาน “ความต้องการเงินจริง” (การซื้อเพื่อใช้จริง ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไร) รองรับราคา และช่วยลดแรงกดดันจากการขายทำกำไรระยะสั้นของนักเก็งกำไร
ระยะถัดไป ความไม่แน่นอนหลักอยู่ที่การตัดสินใจดอกเบี้ยครั้งต่อไปของธนาคารกลาง หลังการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องในปี 2025 หากส่งสัญญาณ “พัก” การลดดอกเบี้ย อาจทำให้ราคาแกว่งแรง สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (อนุพันธ์: สัญญาทางการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) หมายความว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ตัวเลขที่ตลาดสะท้อนความคาดหวังความผันผวนในอนาคตจากราคาออปชัน) มีโอกาสเพิ่มขึ้น ทำให้ “ค่าเบี้ยประกันออปชัน” (option premium: ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อสิทธิในสัญญาออปชัน) แพงขึ้น
อีกจุดที่ควรติดตามคืออัตราส่วนทองคำต่อเงิน ซึ่งอยู่ที่ 62.25 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของศตวรรษที่ 21 ที่ใกล้ 70 สะท้อนว่าเงินให้ผลตอบแทนดีกว่าทองคำต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง และอาจหมายความว่าช่วงที่ “ได้กำไรง่าย” ของเงินเมื่อเทียบกับทองคำอาจผ่านไปแล้ว
เมื่อราคาอยู่ในระดับสูงและมีโอกาสแกว่งในกรอบ การซื้อคอลออปชัน (call option: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) ตรง ๆ อาจเสี่ยง เพราะค่า premium แพง ผู้ลงทุนบางส่วนอาจพิจารณากลยุทธ์ที่เหมาะกับภาวะนี้ เช่น “ขายคอลแบบมีสินทรัพย์ค้ำ” (covered call: ถือนสถานะซื้อฟิวเจอร์สไว้ก่อน แล้วขายคอลเพื่อรับค่า premium) บนสถานะฟิวเจอร์สฝั่งซื้อ (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) วิธีนี้ช่วยเก็บค่า premium ระหว่างที่ตลาดรอความชัดเจนเรื่องทิศทางดอกเบี้ย