ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค GfK ของเยอรมนีอยู่ที่ -33.3 ในเดือนพฤษภาคม ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ -29.5
ช่องว่างระหว่างตัวเลขจริงกับคาดการณ์อยู่ที่ 3.8 จุด สะท้อนความเชื่อมั่นผู้บริโภคอ่อนแอกว่าที่ตลาดประเมินไว้
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสะท้อนเศรษฐกิจในประเทศอ่อนแรง
ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภค GfK ของเยอรมนีเดือนพฤษภาคมออกมาแย่กว่าคาดอย่างมาก บ่งชี้ว่าครัวเรือนมีมุมมองเชิงลบสูง การลดลงแรงมาอยู่ที่ -33.3 ซึ่งแย่กว่าคาดที่ -29.5 ชี้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคมีแนวโน้มชะลอลงในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า และเป็นสัญญาณเตือนต่อเศรษฐกิจในประเทศของเยอรมนี
จากมุมมองนี้ ตลาดหุ้นเยอรมนีมีโอกาสเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะหุ้นที่พึ่งพาการใช้จ่ายของผู้บริโภค เช่น กลุ่มยานยนต์และค้าปลีกที่อยู่ในดัชนี DAX (ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ของเยอรมนี) กลยุทธ์ที่อาจใช้คือการซื้อ “พุตออปชัน” ของ DAX (สัญญาให้สิทธิขายในอนาคตเพื่อทำกำไรเมื่อราคาลง) หรือการ “ชอร์ต” ฟิวเจอร์สดัชนี (ขายสัญญาล่วงหน้าเพื่อหวังกำไรจากการปรับลง)
ความอ่อนแอของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปมีแนวโน้มกดดันค่าเงินยูโร ข้อมูลล่าสุดยังระบุว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีหดตัว 1.5% ในเดือนก่อนหน้า และรายงานความเชื่อมั่นรอบนี้ยิ่งตอกย้ำทิศทางลบ ทำให้การขาย EUR/USD (คู่เงินยูโรเทียบดอลลาร์สหรัฐ) เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับภาพรวม โดยเฉพาะหากเศรษฐกิจสหรัฐยังดูแข็งแรงกว่า
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนจากเงินเฟ้อยูโรโซนที่ยังอยู่ในระดับสูง ล่าสุดรายงานที่ 3.4% ทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตัดสินใจยาก เพราะการลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจอาจทำให้เงินเฟ้อเร่งขึ้นอีก ความขัดแย้งด้านนโยบายนี้มีแนวโน้มเพิ่มความไม่แน่นอนของตลาด
กลยุทธ์รับความผันผวนในช่วงความไม่แน่นอนสูงขึ้น
การที่ข้อมูลเศรษฐกิจ “หลุดคาด” มาก มักทำให้ตลาดกังวลและราคาสินทรัพย์แกว่งตัวแรงขึ้น คาดว่าความผันผวนของตลาดจะเพิ่มจากระดับที่ต่ำในปัจจุบัน ทางเลือกหนึ่งคือการซื้อคอลออปชัน (สัญญาให้สิทธิซื้อในอนาคตเพื่อทำกำไรเมื่อราคาขึ้น) บน VSTOXX (ดัชนีความผันผวนหลักของยุโรป ซึ่งสะท้อนความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นยุโรป) เพื่อรับประโยชน์จากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น