ทองคำปรับขึ้นมากกว่า 50 ดอลลาร์ จากจุดต่ำในช่วงเอเชียใกล้ 4,672 ดอลลาร์ หลังนักลงทุนบางส่วนเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว รายงานข่าวระบุว่าอิหร่านส่งข้อเสนอถึงสหรัฐเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งและยุติสงคราม ขณะที่การเจรจานิวเคลียร์ (การเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์) ถูกเลื่อนออกไป
ปัจจัยดังกล่าวทำให้แรงหนุนต่อดอลลาร์สหรัฐลดลงและช่วยพยุงราคาทองคำ ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยคลายความกังวลเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดยัง “เผื่อความเป็นไปได้” ว่าสหรัฐอาจลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2026 ที่ขนาด 25 เบสิสพอยต์ (0.25%)
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และการสะดุดของการขนส่ง
การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังติดขัดเป็นส่วนใหญ่ จากข้อจำกัดการเคลื่อนไหวของอิหร่าน และการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐต่อท่าเรือของอิหร่าน นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่าได้สั่งโจมตีเป้าหมายของฮิซบอลเลาะห์ (กลุ่มการเมือง-กองกำลังติดอาวุธในเลบานอน) ในเลบานอนอย่างหนัก ทำให้ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับสูง
ตลาดยังรอการประชุม FOMC (คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ) 2 วันเริ่มวันอังคาร เพื่อดูทิศทางอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ “เหนียว” (ลดลงช้า) และกิจกรรมเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังแข็งแรง ข่าวความสัมพันธ์สหรัฐ-อิหร่านคาดว่าจะเพิ่มความผันผวนให้กับราคาทอง
ในเอเชีย “พรีเมียมทองคำ” (ราคาซื้อขายที่สูงกว่าราคามาตรฐาน/ราคาตลาดโลก) ปรับขึ้นจากอุปทานตึงตัวและอุปสงค์เพิ่มขึ้น พรีเมียมในอินเดียแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือนครึ่ง ขณะที่พรีเมียมในจีนอยู่ที่ 9-12 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เทียบกับ 3-6 ดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อน
ด้านเทคนิค ทองคำยังแกว่งในกรอบ (ขึ้นลงในช่วงราคาเดิม) โดย RSI (ดัชนีวัดแรงซื้อแรงขาย) ใกล้ 47 และ MACD (ตัวชี้วัดโมเมนตัม/ทิศทางราคา) เป็นบวกเล็กน้อย แนวรับอยู่แถว 4,700 และ 4,650-4,645 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,750, 4,800 และ 4,860-4,865 ดอลลาร์ โดย 5,000 ดอลลาร์เป็นระดับกลมสำคัญถัดไป