AUD/USD ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ขยับขึ้นแตะราว 0.7170 ในช่วงการซื้อขายเอเชีย หลังอ่อนตัวเล็กน้อยเมื่อวันจันทร์ โดยคู่เงินยังเคลื่อนไหวในกรอบเดิมที่ยืนมาได้ราวสองสัปดาห์
ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่า เพราะตลาดรอการประชุม FOMC ในสัปดาห์นี้ (FOMC คือคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ/เฟด) ขณะเดียวกันบรรยากาศ “รับความเสี่ยง” (risk-on คือ นักลงทุนนิยมสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) ทำให้ความต้องการถือดอลลาร์ลดลง
ปัจจัยขับเคลื่อนการเคลื่อนไหว
AUD/USD ได้แรงหนุนจากท่าที “ฮอว์กิช” ของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) (ฮอว์กิช คือ เน้นคุมเงินเฟ้อ มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยสูงหรือขึ้นดอกเบี้ย) แม้การเจรจาสันติภาพสหรัฐ–อิหร่านชะงัก และยังมีความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยพยุงให้คู่เงินยังมีแรงซื้อ
ด้านเทคนิค ภาพการแกว่งตัวออกข้างช่วงล่าสุดถูกมองเป็น “การพักฐานแบบขาขึ้น” (bullish consolidation คือ พักตัวเพื่อสะสมแรงก่อนขึ้นต่อ) หลังจากดีดตัวขึ้นจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 100 วัน (100-day SMA คือ ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 100 วัน ใช้ดูแนวโน้ม) ที่แตะในเดือนมีนาคม สัญญาณโมเมนตัม (momentum คือ ความแรงของการเคลื่อนไหวของราคา) ยังเป็นบวก โดย RSI อยู่เหนือ 60 และยังไม่เข้าสภาวะซื้อมากเกินไป (RSI คือ ดัชนีวัดแรงซื้อแรงขาย; overbought คือ ราคาขึ้นแรงจนเสี่ยงพักฐาน) และฮิสโตแกรมของ MACD อยู่ในโซนบวก (MACD คือ ตัวชี้วัดแนวโน้ม/โมเมนตัม; histogram คือ แท่งแสดงความต่างของเส้น MACD)
หากจะยืนยันการขึ้นต่อ จำเป็นต้องผ่าน 0.7185–0.7190 เพื่อหลุดกรอบและเปิดทางขยับขึ้นต่อ ส่วนจังหวะย่อตัว แนวรับอยู่ก่อน 0.7100 และหากหลุด 0.7100 อย่างชัดเจน จะสะท้อนโอกาสเข้าสู่การปรับฐาน (correction คือ การย่อลงเพื่อปรับสมดุลหลังขึ้นมาเร็ว)
บทความระบุว่า บทวิเคราะห์ทางเทคนิคจัดทำโดยได้รับความช่วยเหลือจากเครื่องมือ AI (AI คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยประมวลผล/วิเคราะห์ข้อมูล)
แผนการเทรดและการวางสถานะ
AUD/USD ยังแสดงสัญญาณเชิงบวก โดยมีแรงซื้อแถว 0.7170 ปัจจัยหนุนมาจาก RBA ที่ยังมีท่าทีเข้มงวด โดยเฉพาะหลังเงินเฟ้อไตรมาส 1/2026 ออกมาที่ 3.6% ซึ่งตอกย้ำมุมมองว่า RBA อาจคงดอกเบี้ย “สูงนาน” กว่าธนาคารกลางหลักอื่น
ดอลลาร์ที่อ่อนค่าช่วยพยุงเงินออสซี่ก่อนการประชุม FOMC ที่ตลาดจับตา ขณะเดียวกันเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐ (core inflation คือ เงินเฟ้อที่ตัดราคาอาหารและพลังงานซึ่งผันผวนออก) ยังอยู่แถว 2.8% ทำให้ผู้ค้าไม่กล้าคาดหวังสัญญาณนโยบายที่ชัดเจนจากเฟดในตอนนี้ ความไม่แน่นอนนี้กดดันดอลลาร์ และเอื้อต่อสกุลเงินที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยงอย่างเงินออสเตรเลีย
ด้านปัจจัยพื้นฐาน ยังมีแรงหนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ โดยแร่เหล็กทรงตัวเหนือ 115 ดอลลาร์ต่อตัน นอกจากนี้ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเศรษฐกิจจีนโต 5.3% ในไตรมาส 1/2026 ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อคู่ค้ารายใหญ่สุดของออสเตรเลีย สภาพแวดล้อมภายนอกที่ดีขึ้นนี้เป็นแรงส่งต่อดอลลาร์ออสเตรเลีย
สำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์” (derivatives คือ สัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น ค่าเงิน) อาจมองเป็นโอกาสเล่น “เบรกเอาต์ขาขึ้น” (bullish breakout คือ ราคาทะลุแนวต้านสำคัญแล้วไปต่อ) การซื้อ “คอลออปชัน” (call option คือ สิทธิในการซื้อที่ราคาและเวลาที่กำหนด) โดยตั้งราคาใช้สิทธิ (strike price คือ ราคาที่ใช้ซื้อ/ขายตามสัญญา) เหนือแนวต้าน 0.7190 เล็กน้อย อาจเป็นวิธีวางสถานะเพื่อหวังการขึ้นต่อเนื่อง โดยบทเรียนจากความผันผวนในปี 2025 ชี้ว่ากรอบลักษณะนี้มักแตกแรงเมื่อมีตัวเร่ง เช่น การประชุม FOMC
อีกด้านหนึ่ง หากย่อลงใกล้ 0.7100 อาจเป็นจุดเข้าซื้อ (สถานะ long คือ คาดว่าราคาจะขึ้น) หรือขาย “พุตออปชัน” (put option คือ สิทธิในการขายที่ราคาและเวลาที่กำหนด) ผู้เทรดอาจพิจารณาขายพุตแบบมีเงินสดค้ำ (cash-secured puts คือ ขายพุตโดยกันเงินสดไว้เผื่อถูกบังคับซื้อ) ที่ระดับนี้หรือต่ำกว่า เพื่อรับ “พรีเมียม” (premium คือ ค่าธรรมเนียม/ราคาที่ได้รับจากการขายออปชัน) พร้อมกำหนดจุดเข้าซื้อไว้ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม หากหลุดแนวรับดังกล่าวอย่างชัดเจน จะสะท้อนว่ามุมมองขาขึ้นควรทบทวนใหม่