ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (Bangko Sentral ng Pilipinas: BSP) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 เบสพอยต์ (basis points: หน่วย 0.01% หรือ 25bp = 0.25%) สู่ระดับ 4.5% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) วันที่ 23 เม.ย. โดยระบุว่ายังมีโอกาสปรับขึ้นต่อ หากมีการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ และเกิด “ผลกระทบลำดับสอง” (second-round effects: เงินเฟ้อจากต้นทุนส่งต่อไปยังราคาสินค้า/ค่าจ้างและทำให้เงินเฟ้อฝังตัวมากขึ้น)
คณะกรรมการชี้ความเสี่ยงที่ “ความคาดหวังเงินเฟ้อหลุดกรอบ” (de-anchored inflation expectations: ประชาชน/ธุรกิจไม่เชื่อว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย ทำให้ตั้งราคา-ขึ้นค่าจ้างสูงขึ้น) เพิ่มขึ้น โดยอ้างถึงราคาน้ำมันและปุ๋ยที่สูงขึ้นซึ่งไหลผ่านไปยังต้นทุนเชื้อเพลิงและอาหารในประเทศ ขณะที่ “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออกเพื่อดูแรงกดดันเชิงโครงสร้าง) ยังค่อย ๆ ปรับสูงขึ้น
ผู้ว่าการ Remolona ระบุว่าเมื่อเริ่มวงจรขึ้นดอกเบี้ยแล้ว มีโอกาสขึ้นอีกครั้ง และมีการหารือถึงการขึ้น 50bp ด้วย อย่างไรก็ดี การขึ้น 25bp ถูกอธิบายว่าเป็นการปรับอย่างระมัดระวัง โดยคณะกรรมการย้ำว่ายังเอื้อต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจในระยะกลาง
เงินเปโซอาจได้แรงหนุนบางส่วนจากการขึ้นดอกเบี้ย เพราะช่วยลดความเสี่ยงที่นโยบายการเงิน “ตามเงินเฟ้อไม่ทัน” (policy lags inflation: ขึ้นดอกเบี้ยช้าเกินไปเมื่อเทียบกับเงินเฟ้อ) แต่ค่าเงินยังเปราะบางต่อแรงกระแทกจากต้นทุนพลังงานนำเข้า และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์หยุดยิงสหรัฐ–อิหร่าน
ระดับทางเทคนิค (technical levels: แนวรับ-แนวต้านจากการวิเคราะห์กราฟราคา) ที่อ้างถึงคือ แนวต้านที่ 60.83 และแนวรับที่ 60.15 (เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 21 วัน: 21 DMA) และ 60 รวมถึงระดับ “ฟีโบนัชชีรีเทรซเมนต์” (Fibo retracement: เครื่องมือหาจุดย่อตัว/ดีดตัวตามสัดส่วนทางคณิตศาสตร์) 23.6% จากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดปี 2026 โดยระบุว่าบทความจัดทำด้วยเครื่องมือ AI และมีบรรณาธิการตรวจทาน