น้ำมันดิบ WTI ซื้อขายใกล้ระดับ 92.55 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ลดลง 3.28% ในวันเดียว หลังจากขึ้นไปแตะระดับสูงสุดช่วงหลังในช่วงต้นสัปดาห์ การเคลื่อนไหวนี้เกิดหลังตลาดประเมินใหม่ว่า ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอาจคลี่คลายได้เร็วแค่ไหน
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เซเยด อับบาส อารักชี เดินทางไปปากีสถานเพื่อเจรจาทางอ้อมกับวอชิงตันอีกรอบ (การเจรจาทางอ้อม คือไม่คุยกันตรง ๆ แต่ให้ประเทศ/คนกลางส่งสาร) ตลาดยังกังวลความเสี่ยงด้านอุปทานจากช่องแคบฮอร์มุซ (เส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับขนส่งน้ำมัน) ทั้งความเป็นไปได้ที่การขนส่งสะดุด และเหตุปะทะทางทหารเป็นระยะ
ข้อมูลสหรัฐกดดันราคาด้วย เมื่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ลดลงเหลือ 49.8 ในเดือนเมษายน ต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ (ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค คือระดับ “ความมั่นใจ/ความพร้อมใช้จ่าย” ของประชาชน) ขณะเดียวกันคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น โดยระบุว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นหนึ่งปัจจัย (คาดการณ์เงินเฟ้อ คือสิ่งที่ประชาชนคิดว่าราคาสินค้าโดยรวมจะเพิ่มขึ้นในอนาคต)
เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ตลาดระมัดระวังต่อแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐมากขึ้น แม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ แต่ความเชื่อมั่นที่อ่อนลงและความกังวลเรื่องอุปสงค์จำกัดการขึ้นของราคาในระยะสั้น
การร่วงของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนลงมาอยู่ที่ 49.8 เป็นสัญญาณเตือนแรงต่ออุปสงค์น้ำมัน สถานการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นช่วงกลางปี 2022 เมื่อดัชนีลงไปที่ 50.0 ก่อนที่ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในสหรัฐจะลดลงเกือบ 8% ในช่วงหลายเดือนถัดมา ตามข้อมูลของ EIA (สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่ทำสถิติพลังงาน) รูปแบบในอดีตนี้ชี้ว่า กลยุทธ์อย่างการซื้อพุตออปชันหรือทำ Bear Put Spread อาจเหมาะเพื่อกันความเสี่ยงราคาลงจากเศรษฐกิจชะลอ (พุตออปชัน คือสิทธิในการขายที่ราคาอ้างอิง เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาลง; Bear Put Spread คือซื้อพุตและขายพุตอีกตัวเพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไร)
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่ช่องแคบฮอร์มุซยังมองข้ามไม่ได้ โดยมีน้ำมันและของเหลวปิโตรเลียมของโลกประมาณ 21% ผ่านเส้นทางนี้ทุกวัน เหตุการณ์ในอดีต เช่น ความตึงเครียดปี 2019 แสดงให้เห็นว่า หากการปะทะยกระดับ ราคาสามารถพุ่งแรงได้ แม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ทำให้การเปิดสถานะ “ชอร์ตตรง ๆ” (ชอร์ต คือเดิมพันว่าราคาจะลง) เสี่ยงมาก และอาจควรถือคอลออปชันที่อยู่นอกเงินบางส่วนไว้เป็นประกัน (คอลออปชัน คือสิทธิในการซื้อเพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น; นอกเงิน คือราคาใช้สิทธิยังไกลจากราคาตลาด โอกาสใช้สิทธิน้อยกว่าแต่เบี้ยถูกกว่า)
ตัวเลขล่าสุดจาก EIA ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด เพิ่มน้ำหนักให้มุมมองว่าอุปสงค์อ่อนลง (สต็อกน้ำมันดิบ คือปริมาณน้ำมันที่เก็บอยู่ในคลัง) การเพิ่มขึ้นนี้เกิดในช่วงที่โดยปกติสต็อกมักเริ่มลดลง ยิ่งตอกย้ำภาพระมัดระวัง และบ่งชี้ว่า “พรีเมียมความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์” (ส่วนเพิ่มของราคาที่สะท้อนความเสี่ยงสงคราม/ความขัดแย้ง) คือปัจจัยหลักที่ยังพยุงราคาให้อยู่เหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล