ยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนมีนาคม สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ การเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการซื้อเชื้อเพลิงมากขึ้น หลังราคาปรับขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ข้อมูลเศรษฐกิจอื่น ๆ ของสหราชอาณาจักรในสัปดาห์นี้ออกมา “พอใช้ถึงดี” แต่ผลสำรวจ Decision Maker Panel ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)—แบบสำรวจความเห็นผู้บริหารธุรกิจเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ—ส่งสัญญาณว่าแรงส่งการเติบโตอาจอ่อนลงในระยะถัดไป ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อขยับสูงขึ้น ใกล้ 4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2023
ข้อมูลสหราชอาณาจักรส่งสัญญาณผสม
การเคลื่อนไหวราคา GBP/USD ระยะสั้นถูกมองว่า “ทรงตัวถึงมีแนวโน้มบวก” โดยอ้างถึงรูปแบบกราฟ “morning star” ซึ่งเป็นรูปแบบแท่งเทียนที่มักสื่อว่าราคามีโอกาสหยุดลงและเริ่มฟื้นตัว ช่วยหนุนโมเมนตัมปัจจุบัน
แนวรับสำคัญอยู่ที่ 1.3450/60 (แนวรับคือระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุงราคา) หากราคาเคลื่อนผ่าน 1.3495/00 (แนวต้านคือระดับราคาที่มักมีแรงขายกดราคา) ระดับถัดไปที่กล่าวถึงคือ 1.3555
เรากำลังเห็นภาพที่ยังไม่ชัดเจนสำหรับเงินปอนด์ในตอนนี้ ข้อมูลยอดค้าปลีกล่าสุดเพิ่มขึ้น 0.7% โดยมีแรงหนุนหลักจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น แต่ผลสำรวจภาคธุรกิจโดยรวมสะท้อนมุมมองว่าการเติบโตเศรษฐกิจอาจอ่อนแรง ความขัดแย้งระหว่างข้อมูลผู้บริโภคที่ดูดี กับคาดการณ์ภาคธุรกิจที่อ่อนลง ทำให้แนวโน้มในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอน
กลยุทธ์ออปชันและระดับสำคัญ
คาดการณ์เงินเฟ้อเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะขณะนี้ขยับเข้าใกล้ 4% ซึ่งไม่เห็นตั้งแต่ปลายปี 2023 ทำให้ BoE ต้องระมัดระวังมากขึ้น (หมายถึงต้องจับตาความเสี่ยงเงินเฟ้อและไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็ว) แม้แนวโน้มการเติบโตจะอ่อนลงก็ตาม ข้อมูล CPI ทางการล่าสุดเมื่อต้นเดือนนี้ยืนยันแนวโน้มดังกล่าว โดยออกมาที่ 3.1% สูงกว่าที่ตลาดคาด 2.9% เล็กน้อย (CPI คือดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ)
จากสถานการณ์นี้ สามารถใช้ “ออปชัน” เพื่อเก็งโอกาสขึ้นแบบจำกัดพร้อมคุมความเสี่ยงได้ (ออปชันคือสัญญาที่ให้สิทธิซื้อหรือขายในราคาที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ) กลยุทธ์ “bull call spread” คือซื้อคอลออปชันแล้วขายคอลอปชันอีกตัวที่ระดับสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดขาดทุน โดยตั้งระดับราคา (strike) แถว 1.3500 และ 1.3550 เพื่อรับโอกาสปรับขึ้น พร้อมกำหนดขาดทุนสูงสุดหากราคาไม่ไปต่อ กลยุทธ์นี้สอดคล้องกับสัญญาณกราฟที่บ่งชี้ว่าราคากำลังสร้างฐานบริเวณ 1.3450 (การสร้างฐานคือช่วงที่ราคาหยุดลงและสะสมแรงซื้อ)
ควรจับตาอิทธิพลของดอลลาร์สหรัฐด้วย เพราะท่าที “hawkish” ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)—หมายถึงเอนเอียงไปทางคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง—ยังเป็นแรงกดเพดานให้ GBP/USD รายงานจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งในสัปดาห์ก่อน ซึ่งระบุว่ามีการจ้างงานใหม่ 215,000 ตำแหน่ง ตอกย้ำความเป็นไปได้ว่าการลดดอกเบี้ยของ Fed อาจถูกเลื่อนออกไป แรงกดดันจากภายนอกนี้ทำให้มีแนวโน้มที่เงินปอนด์จะปรับขึ้นแบบจำกัด ไม่ใช่พุ่งแรง
ย้อนไปช่วงคล้ายกันในต้นปี 2025 เราเคยเห็นข้อมูลภาคบริการที่แข็งแกร่งถูกหักล้างด้วยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่อ่อนแอ ส่งผลให้ตลาดผันผวนและแกว่งในกรอบหลายสัปดาห์ (range-bound คือขึ้นลงในช่วงเดิม ไม่หลุดกรอบชัดเจน) ประสบการณ์นั้นชี้ว่าควรระวังการไล่ซื้อเมื่อเหมือนจะ “เบรกกรอบ” มากเกินไปในตอนนี้ แนวรับทางเทคนิคที่ 1.3450 เป็นระดับสำคัญที่ต้องเฝ้าดู หากหลุดลงมาอาจทำให้มุมมองขาขึ้นระยะสั้นเปลี่ยนไป (แนวรับทางเทคนิคคือแนวรับที่อิงจากกราฟราคาและพฤติกรรมราคาในอดีต)