นักวิเคราะห์ของ ING อย่าง Frantisek Taborsky และ Zoltán Homolya คาดว่า ธนาคารกลางฮังการี (Magyar Nemzeti Bank: MNB) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (base rate: ดอกเบี้ยหลักที่ใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) ไว้ที่ 6.25% ต่อเนื่องจนถึงปี 2026 โดยเชื่อมโยงกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical uncertainty: ความเสี่ยงจากความขัดแย้ง/การเมืองระหว่างประเทศ), ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และ “จุดเปราะบาง” ของฮังการี (vulnerabilities: ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจอ่อนไหวต่อแรงกระแทก เช่น พลังงาน/ค่าเงิน) พร้อมคาดว่า MNB จะมีท่าที “ตึงตัว” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) และรอดูสถานการณ์ (wait-and-see: ยังไม่รีบเปลี่ยนนโยบาย)
พวกเขาระบุว่า เดือนเมษายนไม่น่ามีการ “ลดดอกเบี้ย” (rate cut: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) และธนาคารกลางอาจใช้การสื่อสารเชิงแข็งกร้าวเพื่อพยุงเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน (foreign exchange stability: ลดความผันผวนของค่าเงิน) โดยจับตาระดับ EUR/HUF (ยูโร/โฟรินต์ฮังการี)
แนวโน้มเงินเฟ้อและท่าทีเชิงนโยบาย
ING คาดว่าเงินเฟ้อจะเร่งขึ้นต่อเนื่องตลอดช่วงที่เหลือของปี โดยคาดเงินเฟ้อเฉลี่ย 3.5% ในไตรมาส 2 ขยับสูงเกิน “กรอบความผันผวนที่ยอมรับได้” (tolerance band: ช่วงเป้าหมาย/ช่วงที่ธนาคารกลางยอมรับ) ในครึ่งหลังของปี และเฉลี่ย 4.3% ในไตรมาส 4
พวกเขาเสริมว่า ภายใต้กรณีฐาน (baseline: สมมติฐานหลัก) ยังไม่เห็นเงื่อนไขที่จะลดดอกเบี้ยภายในปีนี้ หากราคาพลังงานยังอยู่ระดับสูง พร้อมระบุกรณีเลวร้าย (worst-case: กรณีเสี่ยงมาก) ที่เงินเฟ้ออาจทะลุ 6% ในไตรมาส 3 ซึ่งอาจนำไปสู่การ “ขึ้นดอกเบี้ย” (rate rises: การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย)
ด้วยมุมมองว่า MNB จะคงดอกเบี้ยนโยบาย 6.25% ไปตลอดช่วงที่เหลือของปี ผู้เล่นตลาดควรทบทวนสถานะที่เดิมพันว่า “นโยบายการเงินจะผ่อนคลาย” (monetary easing: ลดความตึงตัวของการเงิน เช่น ลดดอกเบี้ย) เพราะตลาดสัญญา FRA (forward rate agreements: สัญญาตกลงดอกเบี้ยล่วงหน้า ใช้สะท้อนคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคต) ยังสะท้อนความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 25 เบสพอยต์ภายในสิ้นปี (basis point: 0.01%) ซึ่งสวนทางกับมุมมองแบบตึงตัวนี้ และอาจทำให้เกิดโอกาสใน “การจ่ายอัตราคงที่” (pay fixed: จ่ายดอกเบี้ยคงที่ รับดอกเบี้ยลอยตัว) บนสว็อปดอกเบี้ยโฟรินต์ (interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยคงที่กับลอยตัว) โดยคาดว่าดอกเบี้ยระยะสั้นจะ “สูงนานกว่าที่ตลาดคิด”
แรงขับหลักของนโยบายคือเงินเฟ้อที่ยังดื้อจากต้นทุนพลังงานสูง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: น้ำมันดิบอ้างอิงตลาดโลก) ทรงตัวแถว 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนนี้ และแรงกดดันดังกล่าวเห็นได้จากข้อมูลเงินเฟ้อมีนาคม 2026 ที่เงินเฟ้อทั่วไป (headline: เงินเฟ้อรวมทุกหมวด) อยู่ที่ 3.7% สะท้อนแนวโน้มเร่งขึ้น เมื่อคาดเงินเฟ้อเฉลี่ย 4.3% ในไตรมาส 4 ผู้เล่นตลาดสามารถใช้ “สว็อปเงินเฟ้อ” (inflation swaps: สัญญาที่ผูกผลตอบแทนกับอัตราเงินเฟ้อ ใช้ป้องกัน/เดิมพันทิศทางเงินเฟ้อ) เพื่อวางตำแหน่งรับมือเงินเฟ้อที่อาจสูงเกินกรอบของทางการในช่วงปลายปี
กลยุทธ์ค่าเงินและระดับ EUR/HUF
สำหรับตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ความต้องการเสถียรภาพของธนาคารกลางบ่งชี้ว่า EUR/HUF น่าจะเจอแรงต้านสำคัญเหนือระดับ 390 โดยโฟรินต์แข็งค่าขึ้นมากจากช่วงอ่อนค่าที่เกิดในตอนช็อกราคาพลังงานปลายปี 2025 และ MNB น่าจะใช้ท่าทีตึงตัวเพื่อประคองค่าเงิน ดังนั้น การขายคอลออปชัน (call options: สัญญาให้สิทธิซื้อสินทรัพย์ที่ราคากำหนด) บน EUR/HUF ที่ราคาใช้สิทธิ (strike: ราคาที่สิทธิ์ในออปชันอ้างอิง) สูงกว่าระดับดังกล่าว อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อรับ “พรีเมียม” (premium: ค่าเบี้ยออปชัน) จากการแกว่งในกรอบ (range-bound: เคลื่อนไหวในช่วงแคบ)
อย่างไรก็ดี ยังมีความเสี่ยงปลายหาง (tail risk: เหตุการณ์โอกาสต่ำแต่กระทบรุนแรง) ที่อาจเกิดการขึ้นดอกเบี้ยฉุกเฉิน หากเงินเฟ้อพุ่งเหนือ 6% จากแรงกระแทกภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทำให้สภาพแวดล้อมที่ “ความผันผวนจริง” ต่ำ (realized volatility: ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริงในราคา) อาจทำให้ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป เพราะธนาคารกลางกำลังกดความแกว่งของราคาอยู่ ผู้เล่นตลาดอาจพิจารณาซื้อออปชันราคาถูกที่อยู่นอกเงิน (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิห่างจากราคาตลาด จึงมีโอกาสได้กำไรต่ำแต่ต้นทุนถูก) ทั้งฝั่งดอกเบี้ยหรือ EUR/HUF เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดผลกระทบขาดทุน) หากนโยบายพลิกทิศแบบฉับพลันและรุนแรง