USD/JPY ปรับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 160 ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) ที่ยืดเยื้อ ซึ่งเชื่อมโยงกับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้น เงินเยนยังถูกกดดันจาก “อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริง” ของญี่ปุ่นที่ติดลบมาก (real policy rate: ดอกเบี้ยนโยบายหักเงินเฟ้อแล้ว หากติดลบหมายถึงต้นทุนเงินแท้จริงต่ำ กระตุ้นให้เงินไหลออก)
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ประชุมวันอังคาร และคาดว่าจะคงนโยบายเดิม สัปดาห์หน้าไม่คาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยจากธนาคารกลางขนาดใหญ่ 4 แห่ง
BoJ Messaging And Yen Sensitivity
ตลาดจับตาว่าการสื่อสารของธนาคารกลางญี่ปุ่นจะกระตุ้นแรงขายเงินเยนเพิ่มหรือไม่ และดัน USD/JPY ให้ยืนเหนือ 160 ได้ชัดเจนขึ้นหรือไม่ โดยการแถลงข่าวของผู้ว่าการ อุเอดะ (Ueda) คาดว่าจะมีผลต่อทิศทางค่าเงินระยะสั้น
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่าพร้อมดำเนินการ “อย่างเด็ดขาด” ต่อการเคลื่อนไหวเชิงเก็งกำไร (speculative moves: การซื้อขายหวังกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวของราคา) รัฐมนตรีคลังคาทายามะกล่าวว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐติดต่อกันอย่างใกล้ชิด “ตลอด 24 ชั่วโมง” และญี่ปุ่นมี “อิสระเต็มที่” ในการดำเนินการ
ตลาดประเมินการคุมเข้มนโยบายราว 18bps สำหรับการประชุมเดือนมิถุนายน (bps หรือ basis points: 1 bps เท่ากับ 0.01% ดังนั้น 18bps เท่ากับ 0.18%) อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบต่อเนื่อง และประวัติการแทรกแซงที่ได้ผลเพียงชั่วคราว ถูกมองว่าอาจทำให้เงินเยนอ่อนต่อ หากเงินเฟ้อสูงขึ้นแต่ยังคงนโยบายผ่อนคลาย
USD/JPY กลับมาขยับเข้าหา 160 อีกครั้งใกล้ปลายเดือนเมษายน 2026 ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นยังเป็นแรงขับหลัก เมื่อเงินเฟ้อสหรัฐลดลงช้า ทำให้ตลาดเลื่อนความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟด (Fed: ธนาคารกลางสหรัฐ) ออกไป ผลตอบแทนของดอลลาร์ที่สูงกว่ายังดึงเงินทุนออกจากเยน
Intervention Risk And Trading Approaches
สถานการณ์คล้ายช่วงปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม 2025 หลัง BoJ คงท่าทีผ่อนคลาย (dovish stance: เน้นคงดอกเบี้ยต่ำ/กระตุ้นเศรษฐกิจ) คู่เงินทะลุ 160 และนำไปสู่การแทรกแซงครั้งใหญ่ 2 ครั้งจากกระทรวงการคลัง (intervention: ภาครัฐเข้าไปซื้อ/ขายเงินในตลาดเพื่อชะลอการแข็งหรืออ่อน) ใช้งบรวมเป็นสถิติ ¥9.79 ล้านล้านเยน และช่วยพยุงเยนได้เพียงระยะสั้น
ปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้เยนอ่อนยังอยู่ โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงยังติดลบมาก เงินเฟ้อพื้นฐานล่าสุดของญี่ปุ่นอยู่ราว 2.5% ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของ BoJ อยู่เพียง 0.1% ภาวะนี้เอื้อให้ขายเยน แม้มีความเสี่ยงการแทรกแซงจากทางการ
ด้วยโอกาสเกิดการเคลื่อนไหวฉับพลันและรุนแรง ผู้ลงทุนควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวน (volatility: ระดับการแกว่งของราคา) การซื้อออปชันเรียก (call options) ของเยน หรือเทียบเท่ากับการซื้อออปชันขาย (put options) ของ USD/JPY เป็นวิธีที่จำกัดความเสี่ยง (defined-risk: ขาดทุนสูงสุดจำกัดอยู่ที่ค่าเบี้ยออปชัน) เพื่อรับมือหากเกิดการแทรกแซงแบบไม่คาดคิด โดยบทเรียนการร่วงเร็วจาก 160 ลง 154 ในปี 2025 ทำให้แนวทางนี้เหมาะทั้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไร
ในทางกลับกัน แนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรงทำให้การถือสถานะซื้อ USD/JPY ยังดึงดูด ซึ่งมักถูกเรียกว่า “แคร์รี่เทรด” (carry trade: กู้/ขายเงินดอกเบี้ยต่ำอย่างเยน แล้วไปถือสินทรัพย์สกุลเงินดอกเบี้ยสูงเพื่อกินส่วนต่าง) แต่การถือโดยไม่ป้องกันความเสี่ยงมีความเสี่ยงสูงเมื่อเข้าใกล้ 160 ซึ่งเป็นระดับที่เคยมีการดำเนินการมาก่อน ผู้ลงทุนอาจใช้คำสั่งตัดขาดทุนที่เข้มขึ้น (stop-loss: คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึงระดับที่กำหนด) หรือซื้อ put ระยะสั้นเป็นประกันความเสี่ยงต่อ “การดำเนินการอย่างเด็ดขาด” รอบใหม่