ดัชนี IFO Expectations ของเยอรมนีอยู่ที่ 83.3 ในเดือนเมษายน ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 85
ผลดังกล่าวสะท้อนว่า “ความคาดหวังทางธุรกิจ” อ่อนแอกว่าที่ตลาดประเมินไว้ และตัวดัชนียังต่ำกว่าระดับคาดการณ์
มุมมองธุรกิจเยอรมนีอ่อนแรงลง
ความคาดหวังของภาคธุรกิจเยอรมนีลดลงมาอยู่ที่ 83.3 ในเดือนเมษายน ต่ำกว่าคาดการณ์ 85 อย่างชัดเจน ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทต่าง ๆ ในเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรปเตรียมรับมือช่วง 6 เดือนข้างหน้าที่อาจยากลำบาก ข้อมูลนี้ชี้ว่าการฟื้นตัวที่เปราะบางหลังเศรษฐกิจชะลอในปี 2025 ยังไม่เกิดขึ้นตามที่หวัง
ความเชื่อมั่นที่อ่อนลงน่ากังวลมากขึ้นเมื่อพิจารณาร่วมกับข้อมูลล่าสุดอื่น ๆ เช่น การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะเดียวกันเงินเฟ้อยูโรโซนยังอยู่แถว 2.8% เดือนก่อน ทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB: ธนาคารกลางของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร) อยู่ในภาวะต้องเลือก ระหว่าง “คุมเงินเฟ้อ” กับ “พยุงเศรษฐกิจที่กำลังอ่อนแรง” รายงานนี้เพิ่มโอกาสเกิด “ภาวะเศรษฐกิจชะลอแต่เงินเฟ้อสูง” (stagflation) และทำให้การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไปของ ECB ไม่แน่นอนมากขึ้น
จากแนวโน้มนี้ นักลงทุนอาจพิจารณากลยุทธ์รับขาลงในหุ้นเยอรมนี ดัชนี DAX (ดัชนีหุ้นเยอรมนี) ที่ลดลงแล้ว 3% ตั้งแต่ต้นปี มีความเสี่ยงถูกขายต่อ การซื้อ “พุตออปชัน” (put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาอ้างอิง เพื่อทำกำไรเมื่อราคาลดลง) บน DAX หรือการ “ชอร์ตฟิวเจอร์ส” (shorting futures: เปิดสถานะขายในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อหวังกำไรจากราคาลดลง) เป็นวิธีเทรดตามความเชื่อมั่นที่แย่ลงได้โดยตรง
ผลต่อภาพตลาดและค่าเงิน
ข่าวนี้มีแนวโน้มกดดันค่าเงินยูโร คู่เงิน EUR/USD (อัตราแลกเปลี่ยนยูโรเทียบดอลลาร์สหรัฐ) น่าจะเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ยังยืนเหนือระดับ 1.0700 ได้ยากในระยะหลัง ผู้ลงทุนอาจใช้ “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: เครื่องมือทางการเงินที่อ้างอิงราคาจากสินทรัพย์อื่น เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) เพื่อเก็งว่าค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์
ข้อมูลที่ออกมาแย่กว่าคาดแบบนี้มักทำให้ความกลัวและความไม่แน่นอนในตลาดเพิ่มขึ้น เราคาดว่า VSTOXX (ดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้นยุโรป: ตัวชี้วัดระดับความผันผวน/ความกังวลของตลาด) จะปรับขึ้นจากระดับที่ยังค่อนข้างต่ำในปัจจุบัน การซื้อ “คอลออปชัน” (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาอ้างอิง เพื่อทำกำไรเมื่อราคาปรับขึ้น) บน VSTOXX อาจเป็นวิธีที่ต้นทุนไม่สูงนักในการทำกำไรจากความผันผวนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า