USD/JPY เคลื่อนไหวแบบ “พักตัวในขาขึ้น” (bullish consolidation คือราคายังมีแนวโน้มขึ้น แต่แกว่งในกรอบเพื่อสะสมแรง) ในวันศุกร์ โดยแกว่งอยู่ใต้ 160.00 ในช่วงเช้าของตลาดยุโรป คู่เงินมีแนวโน้มปิดบวกเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 3 สัปดาห์
กระแสข่าวว่าทางการญี่ปุ่นอาจ “แทรกแซง” (intervention คือการเข้าซื้อ/ขายเงินโดยหน่วยงานรัฐเพื่อชะลอความผันผวนของค่าเงิน) เพื่อจำกัดการอ่อนค่าของเยน หนุน JPY และกดดัน USD/JPY ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดตะวันออกกลาง ความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ และการคาดการณ์ที่ลดลงว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย (Fed rate cuts) หนุนค่าเงินดอลลาร์
Mixed Signals Keep Pair Supported
ความคาดหวังว่า BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยช้าลง (BoJ rate-hike expectations คือมุมมองของตลาดต่อโอกาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะขึ้นดอกเบี้ย) จากตัวเลขดัชนี CPI ทั่วประเทศที่ออกมาไม่น่าประทับใจ ก็เป็นอีกปัจจัยกดดันเยน ทำให้ภาพรวมมีสัญญาณทั้งบวกและลบ แต่ยังคงพยุงคู่เงินไว้
ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ราคายังแกว่งในกรอบเดิม หลังรีบาวด์จากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day EMA คือเส้นเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 200 วันแบบให้น้ำหนักข้อมูลล่าสุดมากกว่า ใช้ดูแนวโน้มระยะยาว) โครงสร้างโดยรวมยังเอนเอียงทางขึ้น โดยการย่อตัวถูกมองเป็นจังหวะเข้าซื้อ
RSI อยู่ที่ 56.79 (RSI คือดัชนีวัดแรงซื้อแรงขาย ค่าเหนือ 50 มักสะท้อนแรงซื้อเด่น) อยู่ในแดนบวกและยังไม่ “ซื้อมากเกินไป” (overbought คือขึ้นแรงจนเสี่ยงพักฐาน) ส่วน MACD ยังติดลบเล็กน้อย (MACD คือเครื่องมือวัดโมเมนตัมจากเส้นค่าเฉลี่ย) สะท้อนว่าโมเมนตัมขาขึ้นยังมี แต่ยังไม่แรงมาก
หากหลุดต่ำกว่าประมาณ 159.60 อาจมีแรงซื้อแถว 159.00 โดยแนวรับของกรอบอยู่ราว 158.30 หากหลุดลงชัดเจน อาจเปิดทางลงไปหาเส้น 200-day EMA ใกล้ 155.03
Options Strategies To Manage Breakout Risk
นักเทรดอาจรอให้ราคายืนเหนือ 160.00 ได้ต่อเนื่องก่อนเพิ่มสถานะซื้อ (long positions คือการถือเพื่อหวังราคาขึ้น) การวิเคราะห์ทางเทคนิคจัดทำโดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยประมวลผล