EUR/USD ยังคงอ่อนแอในการซื้อขายช่วงเอเชียวันศุกร์ โดยเคลื่อนไหวแถว 1.1680–1.1675 สูงกว่า “จุดต่ำสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์” ที่ทำไว้เมื่อวันพฤหัสบดีเล็กน้อย คู่เงินยังถูกกดดันหลังดอลลาร์สหรัฐปรับขึ้นต่อเนื่อง 3 วัน
การขยายเวลาหยุดยิงชั่วคราวไม่ได้ทำให้การเจรจาสันติภาพคืบหน้า ขณะที่การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐต่อท่าเรืออิหร่าน (มาตรการสกัดการขนส่งทางทะเล) กดดันบรรยากาศการลงทุนที่รับความเสี่ยง (risk sentiment: ความพร้อมของตลาดในการถือสินทรัพย์เสี่ยง) ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นยังเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ และหนุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจใช้นโยบายการเงิน “เข้มงวดมากขึ้น” (restrictive stance: ขึ้นดอกเบี้ย/คงดอกเบี้ยสูงเพื่อกดเงินเฟ้อ) ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่า
Technical Picture On The Four Hour Chart
บนกราฟ 4 ชั่วโมง ราคาแกว่งใกล้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (Exponential Moving Average: EMA หรือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า) ระยะ 200 ช่วงเวลา ทำให้ภาพระยะสั้นยังค่อนข้างเป็นกลางหลังการปรับลงรอบล่าสุด อย่างไรก็ดี การหลุดระดับฟีโบนัชชีรีเทรซเมนต์ 38.2% (Fibonacci retracement: เครื่องมือวัดแนวรับ-แนวต้านจากสัดส่วนการย่อตัวของราคา) ของการขึ้นจาก “จุดต่ำสุดรอบสวิง” เดือนมีนาคม (swing low: จุดต่ำของรอบการแกว่งตัว) เอื้อฝั่งขาย ขณะที่ RSI ใกล้ 32 ชี้แรงกดดันขาลงยังมีอยู่ (RSI: ดัชนีแรงซื้อแรงขาย ต่ำใกล้ 30 มักสะท้อนภาวะขายมาก)
MACD ยังติดลบเล็กน้อย (MACD: ตัวชี้วัดโมเมนตัมจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) บ่งชี้แรงซื้อยังจำกัดแม้อยู่ใกล้โซน EMA แนวรับอยู่ที่ระดับรีเทรซเมนต์ 50.0% ที่ 1.1648 จากนั้น 1.1600 และ 1.1532 ก่อนถึง 1.1445
แนวต้านอยู่ที่ 1.1696 (38.2%) จากนั้น 1.1755 (23.6%) ส่วนวิเคราะห์ทางเทคนิคจัดทำโดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยประมวลผล