GBP/JPY ถูกแรงขายสกัดใกล้ 216.00 อีกครั้ง และปรับลงจากราว 215.70 มาแถว 215.00 ในวันพฤหัสบดี โดยขณะเขียนรายงานซื้อขายที่ 215.06 ตลาดจับตาข่าวตะวันออกกลางและผลต่อบรรยากาศการลงทุน
คู่เงินแกว่งตัวในกรอบต่อเนื่องเป็นวันที่สอง และยังไม่ทดสอบ 216.00 การขยับขึ้นไปทาง 216.00 มักถูกขายกดกลับ ขณะที่โซน 214.00 ยังช่วยจำกัดการปรับลง
โมเมนตัมทางเทคนิคและระดับสำคัญ
ดัชนี RSI (Relative Strength Index: ตัวชี้วัดความแรงของแรงซื้อ-แรงขาย) ยังอยู่ฝั่งบวก แต่เริ่มไหลลงเข้าใกล้ระดับเป็นกลาง 50 สะท้อนว่าแรงขึ้นกำลังอ่อนลง
หากราคาปิดรายวันต่ำกว่า 215.00 จะเพิ่มโอกาสทดสอบ 214.00 ซึ่งเป็นจุดต่ำระยะสั้น (swing low: จุดต่ำที่เด้งกลับ) ของวันที่ 17 เม.ย. แนวรับถัดไปคือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย 20 วัน (SMA: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังแบบถัวเฉลี่ย) ที่ 213.35 และเส้น SMA 50 วันที่ 211.98
หาก GBP/JPY ทำจุดสูงสุดใหม่ของปีเหนือ 215.91 อาจดันขึ้นไปทดสอบ 216.00 ได้ ตารางค่าเงินรายสัปดาห์เป็นการสรุปเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของเงินเยนเทียบสกุลหลัก โดย JPY แข็งค่าที่สุดเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส
รูปแบบราคาของ GBP/JPY คล้ายเดิม คือพยายามขึ้นต่อแต่ไม่ผ่านง่าย เมื่อโมเมนตัมฝั่งซื้อเริ่มแผ่วตามที่ RSI ไหลเข้าใกล้ 50 พื้นที่ด้านบนจึงเป็นแนวต้านสำคัญ ทำให้โอกาสขึ้นต่อถูกจำกัด
ภาพมหภาคและข้อพิจารณาด้านกลยุทธ์
หากย้อนดูพฤติกรรมราคาในปี 2025 จะเห็นว่าโดนปฏิเสธซ้ำ ๆ ใกล้ 216.00 ก่อนปรับลงลึกหลุด 215.00 บทเรียนนี้ชี้ว่า หากยังไม่ผ่านแนวต้านปัจจุบัน อาจเกิดการปรับลงแรงได้ ผู้ลงทุนควรรอดู “การปิดรายวัน” (daily close: ราคาปิดของวัน) ต่ำกว่าแนวรับปัจจุบันอย่างชัดเจนเพื่อยืนยันความอ่อนแรง
นโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ยังเป็นปัจจัยหลัก โดยการยุติดอกเบี้ยติดลบในปี 2024 แบบค่อยเป็นค่อยไปยังไม่ช่วยหยุดการอ่อนค่าของเยนมากนัก อย่างไรก็ดี เมื่อเยนอ่อนใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษเทียบดอลลาร์ ความเสี่ยงที่ทางการจะเข้าแทรกแซงค่าเงิน (intervention: การซื้อขายเงินตราโดยรัฐเพื่อพยุง/กดค่าเงิน) ยังมีอยู่เสมอ หาก BoJ ส่งสัญญาณเข้มงวดขึ้นกะทันหัน เยนอาจแข็งเร็วและกด GBP/JPY ลงได้
ฝั่งเงินปอนด์ เงินเฟ้อสหราชอาณาจักรยังลดลงยาก โดยข้อมูลล่าสุดยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) แม้ตลาดยังคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยปีนี้ แต่หากเงินเฟ้อดื้อด้านอาจทำให้การลดดอกเบี้ยเลื่อนออกไป ซึ่งช่วยพยุงปอนด์โดยรวม ความต่างของทิศทางนโยบาย (policy divergence: นโยบายดอกเบี้ยสวนทางกัน) เป็นแรงหนุนให้คู่เงินอยู่ระดับสูง แต่ก็ทำให้ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย
เมื่อโมเมนตัมเริ่มชะลอ ผู้ลงทุนอาจพิจารณาซื้อพุตออปชัน (put option: สัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด) เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากหลุดแนวรับสำคัญ กลยุทธ์นี้คุ้มครองฝั่งขาลง โดยจำกัดความเสี่ยงไว้ที่ค่าเบี้ย (premium: ค่าซื้อสิทธิ) ที่จ่ายไป หรือหากเชื่อว่าราคายังอยู่ในกรอบ อาจขายคอลออปชัน (call option: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) ที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าแนวต้านมาก เพื่อรับค่าเบี้ย
ในทางกลับกัน หากราคาทะลุและยืนเหนือจุดสูงปัจจุบันได้ชัดเจน จะเป็นสัญญาณว่าขาขึ้นยังต่อเนื่อง กรณีนี้การซื้อคอลออปชันช่วยให้ได้อานิสงส์ขาขึ้นโดยกำหนดความเสี่ยงชัดเจน หรือใช้กลยุทธ์บูลคอลสเปรด (bull call spread: ซื้อคอลและขายคอลอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุน) เพื่อลดค่าใช้จ่ายและยังลุ้นกำไรจากการขึ้นไปสู่ระดับจิตวิทยาถัดไป (psychological level: ระดับตัวเลขกลม ๆ ที่ตลาดให้ความสำคัญ)