AUD/USD ซื้อขายใกล้ 0.7140 ในวันพฤหัสบดี ลดลง 0.27% ในวันเดียวกัน และเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เพราะบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ (เหตุการณ์และความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบตลาดการเงิน)
ข้อมูลเศรษฐกิจออสเตรเลียช่วยพยุงได้บางส่วน โดยรายงานดัชนี PMI ของ S&P Global (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ใช้วัดแนวโน้มกิจกรรมธุรกิจ) ชี้ว่า ภาคการผลิตกลับมาอยู่ในโซนขยายตัว และภาคบริการฟื้นตัว อย่างไรก็ดี แนวโน้มยังไม่ชัดเจนจากอุปสงค์ที่อ่อนแอและต้นทุนที่สูงขึ้น
Geopolitical Tensions Drive Risk Off
ความต้องการรับความเสี่ยง (risk appetite) ลดลง หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่มขึ้น จากเหตุการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และการเจรจาสันติภาพที่ไม่คืบหน้า ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven assets เช่น ดอลลาร์สหรัฐ พันธบัตรรัฐบาล) เพิ่มขึ้น และกดดันสกุลเงินที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยง เช่น AUD
Société Générale ระบุว่า AUD มีความเสี่ยง เพราะออสเตรเลียพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยหากการหยุดชะงักของอุปทานยืดเยื้อ อาจทำให้ความผันผวนของ AUD เพิ่มขึ้น (volatility คือ ระดับการแกว่งตัวของราคา)
ในสหรัฐฯ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) เพิ่มขึ้นเป็น 214,000 ราย สูงกว่าคาด แต่ตลาดตอบสนองจำกัด โดยความสนใจยังอยู่ที่ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมัน
ด้าน USD ยังได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields คือ ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร) ที่สูงขึ้น และความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) ที่ลดลง ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: DXY คือ ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) ขยับสูงขึ้นเล็กน้อย ตลาดยังรอตัวเลข PMI ของสหรัฐฯ ในช่วงท้ายวัน