GBP/USD ซื้อขายใกล้ระดับ 1.3500 ในวันพฤหัสบดี และแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า โดยฟื้นตัวจากการอ่อนค่าก่อนหน้า หลังข้อมูลกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
ข้อมูลเบื้องต้น (flash) จาก S&P Global ระบุว่า ดัชนี PMI รวม (Composite PMI) ของสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นสู่ 52 ในเดือนเมษายน สูงกว่าคาดการณ์ที่ 49.8 และสูงกว่าครั้งก่อนที่ 50.3 (PMI คือดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ใช้ชี้แนวโน้มเศรษฐกิจ; สูงกว่า 50 หมายถึงกิจกรรมขยายตัว ต่ำกว่า 50 หมายถึงหดตัว)
Uk Data Lifts Sterling
การฟื้นตัวได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นของทั้งสองภาคหลัก โดย PMI ภาคการผลิต (Manufacturing PMI) เพิ่มเป็น 53.6 ขณะที่ PMI ภาคบริการ (Services PMI) เพิ่มเป็น 52
ในการซื้อขายช่วงเอเชียวันพฤหัสบดี GBP/USD ยังซบเซาต่อเนื่องเป็นวันที่สามและแกว่งแถว 1.3500 โดยหลุดต่ำกว่า 1.3500 และลงต่ำกว่า “กรอบขาขึ้น” (ascending channel คือเส้นกรอบแนวโน้มราคาที่ไต่ระดับขึ้น; การหลุดลงมาอาจสะท้อนโอกาสเปลี่ยนเป็นขาลง)
แม้เป็นเช่นนั้น คู่เงินยังอยู่เหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 9 ช่วง (9-period EMA คือค่าเฉลี่ยที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า) และอยู่สูงกว่า EMA 50 ช่วงอย่างชัดเจน ขณะที่ RSI 14 วันอยู่ใกล้ 56 (RSI คือดัชนีวัดแรงซื้อแรงขาย; ค่าสูงขึ้นสะท้อนแรงซื้อ แต่ยังไม่ถึงภาวะร้อนแรง)
ความนิ่งบริเวณ 1.3500 ของ GBP/USD สะท้อนความลังเลของตลาด ข้อมูลเศรษฐกิจอังกฤษแข็งแกร่ง เช่น PMI เดือนเมษายนที่กระโดดขึ้นสู่ 52 ซึ่งช่วยหนุนเงินปอนด์ แต่ถูกกดดันจากความต้องการถือเงินดอลลาร์สหรัฐที่ยังสูงต่อเนื่อง
Trading Strategies For A Range
การฟื้นตัวของกิจกรรมธุรกิจในสหราชอาณาจักรมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหลังเศรษฐกิจชะลอตัวในครึ่งหลังของปี 2025 ขณะเงินเฟ้อเดือนมีนาคมอยู่ที่ 3.1% และยังลดลงยาก ข้อมูล PMI นี้อาจทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ไม่รีบส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนเงินปอนด์ในระยะใกล้
อีกด้านหนึ่ง เงินดอลลาร์ยังแข็งแกร่ง เศรษฐกิจสหรัฐยังโดดเด่น โดยรายงานการจ้างงานเดือนมีนาคมเพิ่มมากกว่า 260,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานยังต่ำกว่า 4% ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) มีเหตุผลคงท่าที “ดอกเบี้ยสูงนาน” (higher for longer คือคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน)
ภาพรวมจึงเอื้อให้ “เล่นกรอบราคา” มากกว่าคาดหวังการทะลุกรอบครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ กลยุทธ์หนึ่งคือซื้อออปชันแบบ straddle หรือ strangle (ทั้งสองคือการซื้อสิทธิ์ซื้อและ/หรือสิทธิ์ขาย เพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรง ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง) เพื่อทำกำไรหากความผันผวนพุ่ง โดยจะได้ประโยชน์เมื่อราคาขยับแรงออกจากระดับ 1.3500 (ความผันผวน คือระดับการแกว่งของราคา)
อีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มองว่าราคายังจะติดอยู่ในแรงดึงรั้ง คือขายความผันผวนด้วยกลยุทธ์ iron condor (iron condor คือการใช้ออปชันหลายขาเพื่อทำกำไรเมื่อราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่กำหนด) ซึ่งได้ประโยชน์หาก GBP/USD แกว่งในกรอบตามที่วางไว้ นอกจากนี้ การใช้ bull put spread หรือ bear call spread (สเปรดคือการซื้อ-ขายออปชันต่างราคาเพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง; bull put มักมองบวก ส่วน bear call มักมองลบ) ก็เป็นวิธีแสดงมุมมองทิศทางโดยกำหนดความเสี่ยงได้ชัดเจน
สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้ทันที