This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

อีเลียส ฮัดดัด จาก BBH ระบุว่า ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่สูงขึ้นหนุนดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก

by VT Markets
/
Apr 23, 2026

BBH รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (bond yield: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร ซึ่งมักสะท้อนทิศทางดอกเบี้ย) ของโลกที่ปรับขึ้น ได้หนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ดอลลาร์แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยระบุว่า Brent crude (น้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันอ้างอิงของตลาดโลก) อยู่ใกล้ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่ 7 เม.ย. แต่ยังต่ำกว่าระดับ “ยอดสามครั้ง” (triple top: รูปแบบกราฟที่ราคาไปแตะจุดสูงใกล้เดิม 3 ครั้งแล้วไม่ผ่าน มักมองเป็นแนวต้านสำคัญ) แถว 120 ดอลลาร์ในเดือนมี.ค.

รายงานเสริมว่า ภาวะช็อกด้านอุปทานพลังงาน (energy supply shock: การที่อุปทานพลังงานหายไปหรือเสี่ยงขาด ทำให้ราคาพุ่ง) ยังไม่หมดไป เพราะความขัดแย้งสหรัฐ–อิหร่านยังไม่ยุติ อีกทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกกลับเผชิญแรงกดดันให้สูงขึ้นอีกครั้ง หลังราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง (central bank rates: ดอกเบี้ยนโยบาย) จะอยู่ในระดับสูงขึ้น

Energy Shock Outlook

อัปเดตระบุว่า ช่วงที่เลวร้ายที่สุดของช็อกพลังงานน่าจะผ่านไปแล้ว โดยอ้างถึงการขยายเวลาหยุดยิงแบบไม่มีกำหนด และระบุท่าทีด้านการเดินเรือ “Open for All or Closed to All” (เปิดให้ทุกฝ่ายหรือปิดทุกฝ่าย: แนวคิดว่าเส้นทางเดินเรือจะให้ใช้ได้เท่าเทียม หรือหากไม่ปลอดภัยก็ปิดทั้งหมด) สำหรับเรือที่ใช้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: ช่องทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก)

รายงานมองว่าแนวทางนี้อาจช่วยเร่งการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพราะทำให้ต้นทุนทางเศรษฐกิจถูก “แชร์ร่วมกัน” มากขึ้น และเพิ่มแรงจูงใจให้จบด้วยการทูต คาดว่า “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (interest rate differentials: ความต่างของดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับประเทศหลักอื่น ซึ่งมีผลต่อเงินทุนไหลเข้าออก) จะยังทำให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index หรือ DXY: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) แกว่งในกรอบ 96.00–100.00

Range Bound Dxy Strategies

ดังนั้น ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยน่าจะยัง “ตรึง” DXY ให้อยู่ในกรอบราว 96.00–100.00 ต่อไป โดยฝั่งธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) ส่งสัญญาณพักการปรับดอกเบี้ยจาก dot plot (dot plot: กราฟจุดที่สะท้อนมุมมองของกรรมการเฟดต่อดอกเบี้ยในอนาคต) ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank) ยังระมัดระวัง ซึ่งทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยยังเป็นบวกต่อดอลลาร์ สำหรับผู้ลงทุนอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาทางการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) จึงอาจให้ความสนใจกลยุทธ์ที่คาดว่า DXY จะ “แกว่งในกรอบ” (range-bound: ขึ้นลงในช่วงจำกัด)

เมื่อ DXY อยู่แถว 98.50 การขายความผันผวน (selling volatility: ทำกำไรเมื่อความผันผวนจริงต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยมักมีความเสี่ยงสูงหากราคาเหวี่ยงแรง) อาจเป็นแนวทางหลักในช่วงถัดไป นักลงทุนอาจพิจารณากลยุทธ์ออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อหรือขายในราคาที่กำหนด) เช่น iron condor (กลยุทธ์ออปชัน 4 ขา ตั้งกรอบราคาสองด้านเพื่อหวังให้ราคาอยู่ในช่วง) หรือ strangle (ซื้อ/ขายออปชันทั้งฝั่งซื้อและขายที่ราคาใช้สิทธิต่างกัน เพื่อเล่นความผันผวน) โดยวางศูนย์กลางในช่วง 96.00–100.00 แนวทางนี้มุ่งทำกำไรจาก time decay (มูลค่าเวลาของออปชันลดลงเมื่อเวลาใกล้หมดอายุ) และจากความคาดหวังว่าดัชนีจะไม่ทะลุแนวต้าน (resistance: ระดับราคาที่มักขึ้นไปผ่านยาก) หรือหลุดแนวรับ (support: ระดับราคาที่มักลงไปผ่านยาก) อย่างมีนัยสำคัญ

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code