ตลาดยังเห็นต่างกันเรื่องท่าทีถัดไปของธนาคารกลางตุรกี โดยคาดกันระหว่าง “คง” อัตราดอกเบี้ยรีโป (repo rate: ดอกเบี้ยนโยบายหลักที่ธนาคารกลางใช้ทำธุรกรรมซื้อคืนระยะสั้นกับธนาคารพาณิชย์) หรือ “ขึ้น” 300 จุดเบสิส (bp: หน่วยวัดอัตราดอกเบี้ย 1 bp = 0.01% หรือ 300 bp = 3.00%) ขณะเดียวกัน การ “คุมเข้มผ่านกรอบอัตราดอกเบี้ย” (corridor tightening: การทำให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินตึงขึ้นด้วยการปรับช่วงบน-ล่างของดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางปล่อยกู้/รับฝาก) ถูกมองว่าเป็นการคุมเข้มโดยพฤตินัย
มุมมองเรื่อง “เงินเฟ้อชะลอ” (disinflation: อัตราเงินเฟ้อยังเพิ่ม แต่เพิ่มช้าลง) ถูกประเมินว่าไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัญหาเงินเฟ้อถูกมองว่าเกิดมาก่อนแรงกระแทกราคาสินค้ารอบล่าสุด และผู้กำหนดนโยบายคาดว่า “ช็อกราคาน้ำมัน” (oil price shock: ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเร็วและแรงจนกระทบต้นทุนและเงินเฟ้อ) จะทำให้สถานการณ์แย่ลงในช่วงเดือนข้างหน้า
แรงกดดันเงินเฟ้อ และความน่าเชื่อถือของนโยบาย
ดุลภายนอก (external balances: ภาพรวมดุลบัญชีเดินสะพัด เงินทุน และฐานะต่างประเทศ) ถูกระบุว่าแย่ลง เพิ่มแรงกดดันต่อลีราตุรกี (TRY) โดยค่าเงิน TRY ถูกมองว่า “ถูกบริหารจัดการอย่างเข้ม” (heavily managed: รัฐ/ธนาคารกลางดูแลทิศทางค่าเงินด้วยมาตรการและการแทรกแซง) ซึ่งอาจช่วยลดความผันผวนระยะสั้นได้
การไม่คุมเข้มดอกเบี้ยถูกมองเป็นความเสี่ยงต่อการเทขาย TRY รุนแรงขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดการปรับฐานแบบฉับพลัน มาตรการอย่างการจำกัดการทำธุรกรรมสวอป (swap exposure: การแลกเปลี่ยนเงินตราหรือดอกเบี้ยล่วงหน้าเพื่อบริหารความเสี่ยง/สภาพคล่อง) หรือการบังคับให้ผู้ส่งออกขายรายได้สกุลเงินต่างประเทศให้ธนาคารกลาง ถูกมองว่าไม่ใช่สิ่งทดแทนการใช้นโยบายการเงินโดยตรง
การตัดสินใจของธนาคารกลางครั้งนี้ทำให้มุมมองตลาดแตกเป็นสองทาง ระหว่างคงดอกเบี้ยกับการขึ้นแรง 300 bp ความไม่แน่นอนนี้กดดันบรรยากาศการซื้อขาย TRY และทำให้ผลการประชุมเป็นปัจจัยชี้นำสำคัญในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
เรามองว่าแนวคิด “เงินเฟ้อชะลอ” ยังไม่น่าเชื่อ โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเงินเฟ้อรายปี (annual inflation: อัตราการเพิ่มของราคาสินค้า/บริการเทียบปีก่อน) ยังยืนเหนือ 72% ในเดือนมีนาคม 2026 อีกทั้ง “ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด” (current account deficit: ประเทศนำเข้าเงินทุนจากต่างประเทศสุทธิ เพราะรายรับจากส่งออก/บริการ/รายได้ยังไม่พอเทียบรายจ่าย) ขยายเป็นเกือบ 5,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ สะท้อนว่าดุลภายนอกแย่ลง ตัวเลขเหล่านี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ต้องตัดสินใจเชิงนโยบาย
ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้น โดยเบรนท์ (Brent crude: น้ำมันดิบอ้างอิงหลักของตลาดโลก) ซื้อขายเหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่อเนื่อง จะยิ่งทำให้สถานการณ์ยากขึ้นในเดือนต่อ ๆ ไป แรงกระแทกจากภายนอกนี้ซ้ำเติมแนวโน้มเงินเฟ้อที่เปราะอยู่แล้ว เราไม่เห็นด้วยว่ามาตรการลดเงินเฟ้อทำงานได้ดีอยู่ก่อน แล้วค่อยมาเสียเพราะช็อกนี้
นัยต่อค่าเงินลีรา และความผันผวน
เราย้อนมองการขึ้นดอกเบี้ยแบบรุนแรงตลอดช่วงปี 2025 ที่ตั้งใจทำให้เงินเฟ้อเข้าสู่ขาลงชัดเจน อย่างไรก็ดี หากครั้งนี้ไม่คุมเข้มอย่างมีนัย จะยิ่งตอกย้ำความกังวลของตลาดว่าแรงกดดันทางการเมืองทำให้ธนาคารกลางไม่กล้าดำเนินนโยบาย การไม่ทำอะไรจะถูกตีความว่า “ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้”
สำหรับผู้เทรดตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน ดอกเบี้ย) ผลลัพธ์ที่มีแค่สองทางชัดเจนนี้ทำให้มีโอกาสสูงที่ความผันผวน USD/TRY จะเพิ่มขึ้นมาก “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ค่าความผันผวนที่สะท้อนจากราคาสัญญาออปชัน) ในตลาดออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด) อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน สะท้อนความตึงเครียด
หากไม่มีการคุมเข้มนโยบายอย่างมีนัย เรากังวลว่า TRY อาจถูกเทขายแรงขึ้น ค่าเงินที่ถูกบริหารจัดการช่วยลดความผันผวนช่วงหลัง แต่แก้ปัญหาความไม่สมดุลพื้นฐานไม่ได้ ความเสี่ยงที่ค่าเงินจะปรับแบบรวดเร็วและไร้ระเบียบจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยในกรณีที่นโยบายไม่ขยับ