ยอดค้าปลีกสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.7% จากเดือนก่อนหน้าในเดือนมีนาคม สูงกว่าคาดที่ 1.4%
ตัวเลขค้าปลีกที่แข็งแกร่งสะท้อนว่าผู้บริโภคยังใช้จ่ายได้ดีเกินคาด ทำให้ภาพแนวโน้มเงินเฟ้อซับซ้อนขึ้น รายงานนี้ลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ลงอย่างมาก โดยต่อจากนี้ข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจชะลออาจถูกกลบด้วยสัญญาณชัดเจนว่ากำลังซื้อผู้บริโภคยังแข็งแรง
ตลาดปรับ “คาดการณ์ลดดอกเบี้ย” ใหม่
ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ตลาดต้องปรับราคา “การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย” สำหรับช่วงที่เหลือของปีใหม่ เมื่อดูจาก fed funds futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สะท้อนว่าตลาดคาดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐจะอยู่ระดับใดในอนาคต) ตลาดได้ลดโอกาสการลดดอกเบี้ยช่วงฤดูร้อนลงเหลือต่ำกว่า 40% จากเกือบ 70% ที่เคยสะท้อนไว้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ควรพิจารณาเครื่องมืออนุพันธ์ (สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) ที่ได้ประโยชน์เมื่อดอกเบี้ยระยะสั้นยังสูง เพราะธีม “ดอกเบี้ยสูงนาน” (higher for longer) กลับมาเด่นอีกครั้ง
สำหรับตลาดหุ้น ข่าวนี้เป็นแรงกดดัน แม้บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจแข็งแรง โดยช่วงปลายปี 2023 ถึงต้นปี 2024 เคยเกิดรูปแบบคล้ายกัน คือข้อมูลเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาดแต่หุ้นปรับลง เพราะตลาดตีความว่า Fed อาจคุมเข้มนโยบายมากขึ้น ดังนั้นการซื้อ protective put options (ออปชันแบบพุตเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงขาลง เปรียบเหมือนประกันพอร์ต) บนดัชนีหลักอย่าง S&P 500 เป็นแนวทางป้องกันความเสี่ยงหากตลาดอ่อนตัวในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางของ Fed มีแนวโน้มทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น ดัชนีความผันผวน CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งมักถูกเรียกว่า “ดัชนีความกลัว” (ตัวชี้วัดความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาของออปชันใน S&P 500) อยู่ใกล้ระดับต่ำในอดีต โดยล่าสุดต่ำกว่า 15 แต่ข้อมูลครั้งนี้อาจเป็นตัวเร่งให้ VIX ดีดขึ้นแรง เรามองว่าการซื้อ call options บน VIX (ออปชันคอลที่ได้ประโยชน์เมื่อ VIX ปรับขึ้น) เป็นวิธีช่วยวางตำแหน่งเพื่อรับโอกาสจากความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้น
ดอลลาร์แข็งค่าและความต่างของนโยบายการเงิน
สภาพแวดล้อมนี้ยังเปิดโอกาสในตลาดเงินตรา โดยทั่วไปเมื่อคาดว่าดอกเบี้ยจะสูงขึ้น มักหนุนค่าเงินให้แข็งค่า ดังนั้นมีแนวโน้มว่า ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) จะปรับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ การถือสถานะซื้อดอลลาร์ (long) ผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures) หรือออปชัน (options) อาจทำผลงานได้ดีเมื่อความต่างของนโยบายการเงินระหว่างประเทศ (policy divergence) ชัดเจนขึ้น