ราคาทองแดงอ่อนตัวลงหลังจากปรับขึ้นในช่วงก่อนหน้า แต่ยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบสองเดือน ความต้องการโลหะอุตสาหกรรมยังถูกกดดันจากแรงต้านทางเศรษฐกิจในวงกว้างและนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น (การขึ้นดอกเบี้ยและคุมสภาพคล่อง)
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นและเงินเฟ้อที่ยังไม่ลดลง อาจทำให้ธนาคารกลางต้องคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อเนื่องนานกว่าคาด ซึ่งมีแนวโน้มลดความต้องการใช้โลหะอุตสาหกรรม
ราคาอะลูมิเนียมยังได้แรงหนุนจากปัญหาอุปทานในตะวันออกกลาง โดยผลผลิตในประเทศอ่าวอาหรับลดลง 6% ในเดือนมี.ค. สู่ 15,963 ตันต่อวัน อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันอะลูมิเนียมนานาชาติ (International Aluminium Institute)
รายงานระบุว่า บทความนี้จัดทำด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI: โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยสร้างเนื้อหาอัตโนมัติ) และมีบรรณาธิการตรวจสอบ
ทองแดงซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดในรอบสองเดือน แต่แรงกดดันด้านเศรษฐกิจมหภาค (ปัจจัยเศรษฐกิจภาพรวม เช่น เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย การเติบโต) ทำให้แรงส่งชะลอลง ราคาพลังงานที่สูงขึ้นและเงินเฟ้อที่ยังเหนียว อาจทำให้ต้องคงนโยบายการเงินตึงตัว (ดอกเบี้ยสูง) นานกว่าที่คาด ซึ่งกดดันมุมมองความต้องการโลหะอุตสาหกรรมในอนาคต
รายงานเงินเฟ้อสหรัฐล่าสุด (มี.ค. 2026) ชี้ว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดระดับราคาสินค้าและบริการของประชาชน) อยู่ที่ 3.7% ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังถูกกดดันให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ ระดับดอกเบี้ยที่สูงในอดีตเคยนำไปสู่การชะลอของคำสั่งซื้อภาคการผลิตในช่วงถัดมา ซึ่งสะท้อนว่า หากกิจกรรมอุตสาหกรรมเย็นลง ราคาทองแดงที่สูงในปัจจุบันอาจอยู่ได้ไม่นาน
สำหรับนักลงทุนและผู้ค้า สัญญาณนี้สะท้อนว่าควรระมัดระวัง และอาจเตรียมรับโอกาสที่ราคาจะปรับลง โดยอาจเห็นความต้องการซื้อพุตออปชัน (put options: สัญญาให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด ใช้ป้องกันความเสี่ยงขาลง) บนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดง (futures: สัญญาตกลงซื้อขายในอนาคต) สำหรับไตรมาส 3/2026 เพื่อคุ้มครองหากราคาปรับลดจากอุปสงค์โลกที่อ่อนแรง
ด้านอะลูมิเนียม ราคายังได้แรงหนุนจากการสะดุดของอุปทานในตะวันออกกลาง โดยการผลิตในประเทศอ่าวอาหรับลดลงเหลือ 15,963 ตันต่อวันในเดือนมี.ค. 2026 ลดลง 6% ปัญหาอุปทานนี้ช่วยพยุงราคา ทำให้อะลูมิเนียมได้รับผลกระทบจากแรงกดดันเศรษฐกิจโดยรวมน้อยลง
เมื่อเทียบกับเหตุขาดแคลนพลังงานที่ทำให้กำลังการผลิตโรงถลุง (smelter: โรงงานที่ถลุงแร่/โลหะด้วยความร้อนและไฟฟ้า) ในยุโรปลดลงในปี 2025 จะเห็นว่าแรงกระแทกด้านอุปทานเฉพาะภูมิภาคสามารถส่งผลต่อราคาตลาดโลกได้นาน ข้อมูลดาวเทียมล่าสุดเดือนเม.ย. 2026 บ่งชี้ว่าความพร้อมด้านพลังงานสำหรับโรงถลุงหลักในภูมิภาคอ่าวอาหรับยังไม่ดีขึ้น สะท้อนว่าการผลิตอาจยังถูกจำกัดต่อไป ทำให้ประเด็น “อุปทานตึงตัว” ของอะลูมิเนียมยังเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดจับตา
ด้วยภาวะดังกล่าว ผู้ค้าควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากราคาที่แข็งแกร่งของอะลูมิเนียม โดยอาจเห็นแรงซื้อคอลออปชัน (call options: สัญญาให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด เหมาะเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น) สำหรับการส่งมอบปลายปี 2026 มากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสทำกำไรหากราคาปรับขึ้นต่อและปัญหาอุปทานยังไม่คลี่คลายเร็ว