ตลาดการเงินจับตาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงความเสี่ยงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และกรณีสหรัฐฯ ยึดเรือที่ชักธงอิหร่าน นักลงทุนรอการเจรจารอบสองระหว่างอิหร่าน–สหรัฐฯ ขณะที่วอลล์สตรีทปิดลบ และดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าปานกลาง
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY: **Dollar Index** ดัชนีชี้วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) ขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 5 วันที่ 98.35 ก่อนกลับทิศ คาดปิดใกล้ 98.00 ช่วงนี้ข้อมูลเศรษฐกิจมีน้อย ตลาดจึงติดตามโพสต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การเดินทางของคณะผู้แทนสหรัฐฯ ไปปากีสถาน ข้อมูลยอดค้าปลีก (Retail Sales: **ยอดขายปลีก**) ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของ ADP Employment Change (ADP: **ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ**) และการไต่สวนวุฒิสภาสำหรับผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธานเฟด เควิน วอร์ช (Fed: **ธนาคารกลางสหรัฐฯ**)
ตลาดเงินและปัจจัยสำคัญ
EUR/USD เปิดลงแบบ “แก็ป” (gap: **ราคาเปิดกระโดดจากราคาปิดก่อนหน้า**) แต่ดีดขึ้นมาบริเวณ 1.1800 เพิ่มขึ้น 0.20% ในวันเดียวกัน โฟกัสย้ายไปที่สุนทรพจน์ของเจ้าหน้าที่ ECB (ECB: **ธนาคารกลางยุโรป**) และผลสำรวจ ZEW ของอียูและเยอรมนี เดือนเมษายน (ZEW Survey of Economic Sentiment: **แบบสำรวจความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ**)
GBP/USD กลับขึ้นเหนือ 1.3500 ได้แรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าทั่วกระดาน ตลาดรอข้อมูลแรงงานสหราชอาณาจักร โดยอัตราว่างงานตามนิยาม ILO (ILO unemployment: **อัตราว่างงานตามมาตรฐานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ**) เดือนกุมภาพันธ์ (ช่วง 3 เดือน) คาดทรงตัวที่ 5.2%
USD/JPY ปรับขึ้น เนื่องจากเยนเป็นสกุลเงินที่อ่อนที่สุดในกลุ่ม G10 (G10: **กลุ่มสกุลเงินหลักของประเทศพัฒนาแล้ว 10 สกุล**) โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นส่งสัญญาณคงดอกเบี้ย แม้ตลาด “ตั้งราคา” ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยรวม 47 เบสพอยต์ (basis points: **หน่วย 0.01%**) และยังรอข้อมูลการค้าและตัวเลขส่งออก/นำเข้า
AUD/USD ปิดเหนือ 0.7150 จากคาดการณ์ว่า RBA จะขึ้นดอกเบี้ย (RBA: **ธนาคารกลางออสเตรเลีย**) ขณะเดียวกัน WTI (WTI: **น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส เกณฑ์อ้างอิงราคาน้ำมันสหรัฐฯ**) เพิ่มกว่า 2.4% สู่ 85.89 ดอลลาร์ และทองคำทรงตัวเหนือ 4,800 ดอลลาร์ โดยถูกกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Treasury yields: **อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ**) ที่สูงขึ้น
เปิดบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้แล้ววันนี้