การเติบโตของการส่งออกมาเลเซียชะลอลงในเดือนมีนาคม แต่การส่งออกยังคงสูงกว่าการนำเข้า ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุลเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีที่ 24.6 พันล้านริงกิตในเดือนมีนาคม จาก 16.7 พันล้านริงกิตในเดือนกุมภาพันธ์
ในไตรมาส 1/2569 ดุลการค้าเกินดุลรวม 63.2 พันล้านริงกิต เทียบกับ 48.6 พันล้านริงกิตในไตรมาส 4/2568 ซึ่งเป็นดุลการค้าเกินดุลรายไตรมาสสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1/2566
ดุลการค้าที่แข็งแกร่งขึ้นคาดว่าจะหนุนให้ดุลบัญชีเดินสะพัด (current account: ส่วนต่างระหว่างรายรับ-รายจ่ายจากการค้าสินค้า/บริการ รายได้ และเงินโอนกับต่างประเทศ) เกินดุลเพิ่มเป็น 15.0 พันล้านริงกิตในไตรมาส 1/2569 จาก 2.0 พันล้านริงกิตในไตรมาส 4/2568 โดยข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 1/2569 จะประกาศวันที่ 15 พฤษภาคม พร้อมตัวเลข GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) ไตรมาส 1/2569 ฉบับสุดท้าย
การส่งออกได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E) และการส่งออกซ้ำ (re-export: การนำเข้าสินค้าแล้วส่งออกต่อไปโดยแทบไม่แปรรูป) ขณะที่การนำเข้าเพิ่มจากสินค้าทุน (capital goods: เครื่องจักร อุปกรณ์ และการลงทุนเพื่อการผลิต) แนวโน้มการค้ายังเชื่อมโยงกับวัฏจักรขาขึ้นของ AI (AI upcycle: ช่วงที่ความต้องการ/การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์เร่งตัวต่อเนื่อง)
ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และโอกาสที่ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) อาจปิดยาวนาน ต้นทุนวัตถุดิบ น้ำมันดิบ และค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงการสะดุดของห่วงโซ่อุปทาน (supply chain disruption: การผลิต/ขนส่งวัตถุดิบและสินค้าไม่ต่อเนื่อง) อาจทำให้มูลค่านำเข้าเพิ่มและกดดันการส่งออก
คงประมาณการการเติบโตของการส่งออกปี 2569 ไว้ที่ 2.5% เทียบกับประมาณการของ BNM (Bank Negara Malaysia: ธนาคารกลางมาเลเซีย) ที่ +8.6% และการเติบโตปี 2568 ที่ +6.4%