USD/JPY ปรับลงในวันจันทร์ หลังดอลลาร์สหรัฐคืนกำไรช่วงก่อนหน้า จากความหวังว่าจะมีข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน แต่แรงขายจำกัด เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกดดันเงินเยน ทำให้คู่เงินยังแกว่งในกรอบราว 1 เดือน
USD/JPY อยู่แถว 158.75 ลดลงจากจุดสูงสุดระหว่างวัน 159.20 ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ค่าที่วัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบกับตะกร้าเงินหลัก) อยู่ใกล้ 98.00 หลังเปิดตลาดกระโดดขึ้น (gap higher: ราคาเปิดสูงกว่าราคาปิดก่อนหน้า) และทำจุดสูงสุดที่ 98.49
ความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยอ้างการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เกี่ยวข้องกับการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ (naval blockade: การใช้กองทัพเรือสกัดกั้นเส้นทางเดินเรือ) กองทัพเรือสหรัฐสกัดและขึ้นตรวจเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านในอ่าวโอมาน ขณะที่อิหร่านขู่ตอบโต้ และระบุจะไม่เข้าร่วมการเจรจาเพิ่มเติม หากไม่ยกเลิกการปิดล้อม
น้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate: เกณฑ์อ้างอิงราคาน้ำมันดิบสหรัฐ) อยู่ราว 87.35 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 4% ในวันเดียว หลังร่วงแรงเมื่อสัปดาห์ก่อน ญี่ปุ่นเป็นประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิ จึงมีโอกาสเผชิญต้นทุนในประเทศสูงขึ้นเมื่อราคาน้ำมันแพง
คาดว่าจะมีการเจรจาสันติภาพรอบสองในวันอังคาร โดยรายงานระบุว่าปากีสถานเป็นแกนนำ ก่อนที่การหยุดยิง 2 สัปดาห์จะหมดอายุในวันพุธ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่ามี “โอกาสน้อยมาก” ที่จะขยายเวลาหยุดยิง และระบุว่าช่องแคบจะไม่เปิดจนกว่าจะมีการลงนามข้อตกลง
ข้อจำกัดด้านนโยบายธนาคารกลาง
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้น) และกดดันการเติบโต ทำให้ตลาดประเมินทิศทางธนาคารกลางสหรัฐ (Fed: ธนาคารกลางสหรัฐ) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ: ธนาคารกลางญี่ปุ่น) ใหม่ โดย Reuters รายงานว่า BoJ อาจเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป
ข้อมูลสำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกสหรัฐ (US Retail Sales: มูลค่าการใช้จ่ายของผู้บริโภค), ดัชนี PMI เบื้องต้นของ S&P Global (PMI: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ชี้แนวโน้มกิจกรรมธุรกิจ), และดัชนี CPI ประเทศญี่ปุ่น (National CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค)