Silver (XAG/USD) ปรับตัวลงในวันจันทร์มาอยู่ราว 79.75 ดอลลาร์ ลดลง 1.30% ในวันเดียว หลังจากขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนเหนือ 83 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ โดยตลาดกลับมาประเมินความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
อิหร่านประกาศกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่ใช้ขนส่งน้ำมันเกือบ 20% ของอุปทานน้ำมันโลก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ ใช้มาตรการปิดล้อมทางเรือ (การสกัดกั้น/จำกัดการเข้า-ออกทางทะเล) ต่อท่าเรืออิหร่าน และหนุนให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI: น้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐฯ) ขยับเข้าใกล้ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น
สถานการณ์เลวร้ายลงหลังจากกองทัพเรือสหรัฐฯ สกัดกั้นและขึ้นตรวจเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านในอ่าวโอมาน อิหร่านระบุว่าจะไม่เข้าร่วมการเจรจารอบถัดไปที่วางแผนไว้ในปากีสถาน ทำให้กรอบ “การหยุดยิง” (ข้อตกลงพักการสู้รบ) ในปัจจุบันถูกตั้งคำถาม
ความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นเมื่อเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกระตุ้นความกังวลเงินเฟ้อ แนวโน้มที่ดอกเบี้ยอาจอยู่ระดับสูงนานกว่าที่คาด ลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ “ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย” เช่น เงิน (Silver)
นักลงทุนติดตามพัฒนาการในตะวันออกกลางเพื่อหาทิศทาง สัปดาห์นี้ยังจับตาข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ และผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI: แบบสำรวจภาคธุรกิจเพื่อชี้แนวโน้มเศรษฐกิจ) เบื้องต้นของ S&P Global
การวางสถานะออปชันภายใต้แรงกดดัน
ผลกระทบต่อราคาน้ำมันเห็นได้ชัด เพราะปริมาณราว 21 ล้านบาร์เรลต่อวันเสี่ยงถูกรบกวนจากการขนส่ง ความตึงเครียดครั้งนี้ดูรุนแรงกว่าการซ้อมรบทางเรือที่เคยเกิดขึ้นในอ่าวช่วงฤดูร้อนปี 2025 ซึ่งกระทบราคาเพียงระยะสั้น
สถานการณ์นี้ทำให้โลหะมีค่าอย่างเงินเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ (Fed Funds Rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของธนาคารกลางสหรัฐ) อยู่ที่ 4.75% ความเสี่ยงที่การลดดอกเบี้ยจะถูกเลื่อนเพื่อรับมือเงินเฟ้อจากน้ำมัน ทำให้สินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ยยิ่งดูไม่น่าสนใจ
ข้อมูลยอดค้าปลีกและ PMI ที่กำลังจะประกาศ มีความสำคัญต่อการประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ หากออกมาดี อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐคงท่าทีเข้มงวดด้านเงินเฟ้อ (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) ส่งผลลบต่อสินทรัพย์อย่างเงิน แต่หากอ่อนแอ อาจเพิ่มความกังวลเศรษฐกิจถดถอยท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น นักลงทุนควรเตรียมรับความผันผวนหลังการประกาศข้อมูลเหล่านี้ เพราะจะมีผลต่อมุมมองนโยบายของเฟดในไตรมาสถัดไป