ตลาดหุ้นทรงตัวหลังเปิดตลาดอ่อนตัวในช่วงแรก แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ ท่าทีของตลาดดีขึ้นหลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้กลับมาเริ่มเจรจากันอีกครั้ง
ราคาน้ำมันปรับขึ้น และดัชนี VIX เพิ่มขึ้น สะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มระยะกลาง (ภาพรวมในอีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน) อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นฟื้นกลับจากแรงขายช่วงเช้า
โฟกัสข้อมูลเศรษฐกิจอังกฤษ
ในสหราชอาณาจักร คาดว่าอัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้นในวันอังคาร และมีการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อในวันพุธ ข้อมูลเหล่านี้เพิ่มความท้าทายให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในการชั่งน้ำหนัก “อัตราดอกเบี้ย” กับ “ราคาสินค้าที่สูงขึ้น” และภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแรง
ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เวสต์มินสเตอร์ ซึ่งเชื่อมโยงกับปีเตอร์ แมนเดลสัน เพิ่มแรงกดดันอีกด้าน และอาจทำให้การตัดสินใจของ BoE ซับซ้อนขึ้น
เมื่อย้อนดูความสงบผิดปกติของตลาดระหว่างการปิดช่องแคบฮอร์มุซในปี 2025 จะเห็นรูปแบบคล้ายเดิมในวันนี้ โดย VIX ยังอยู่ต่ำราว 14 ซึ่งมักตีความว่า “ตลาดประมาทความเสี่ยง” (มองความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง) ตลาดอาจกำลังให้น้ำหนักความเสี่ยงต่ำเกินไปอีกครั้ง จึงอาจพิจารณาใช้ “ออปชันพุทนอกเงิน” (put options แบบราคาใช้สิทธิอยู่ไกลจนยังไม่คุ้มใช้สิทธิ ณ ตอนนี้ มักมีต้นทุนถูกกว่า) บนดัชนีหลักเป็น “ประกันความเสี่ยง” (hedge: ลดความเสียหายหากตลาดปรับลงแรง) ต่อเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจที่เกิดแบบไม่คาดคิด
บทเรียนปี 2025 คือแม้น้ำมันพุ่ง ตลาดยังมีแรงเข้าซื้อเมื่อย่อตัวอย่างมาก ขณะเดียวกัน รายงานล่าสุดชี้ว่า “สต็อกน้ำมันดิบ” ลดลงแบบเหนือคาด โดยข้อมูลจาก EIA (หน่วยงานด้านพลังงานของสหรัฐฯ ที่รายงานสต็อกน้ำมันเป็นประจำ) ระบุว่าสต็อกลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล ทั้งที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น สะท้อนภาวะน้ำมันตึงตัวในระบบ ดังนั้น นักเก็งกำไรอาจพิจารณาใช้ “คอลออปชัน” (call options: สิทธิในการซื้อ) บน “สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมัน” (oil futures: สัญญาซื้อขายในอนาคต) เพื่อวางตำแหน่งรับโอกาสราคาพุ่ง หากมีข่าวกระทบห่วงโซ่อุปทานกลับมาอีก
กลยุทธ์เทรดความผันผวนจาก BoE
โจทย์เศรษฐกิจของอังกฤษที่ต้องคุมเงินเฟ้อท่ามกลางเศรษฐกิจอ่อนแอ ยังเป็นแหล่งโอกาส โดยเงินเฟ้ออังกฤษเดือนมีนาคม 2026 ล่าสุดอยู่ที่ 3.2% และการเติบโตของ GDP ทรงตัว ทำให้ทิศทางต่อไปของ BoE ยังไม่ชัดเจน ภาวะนี้ทำให้กลยุทธ์ “สแตรดเดิล” (option straddle: ซื้อออปชันทั้งฝั่งขึ้นและลงพร้อมกัน เพื่อหวังผลจากการแกว่งแรง ไม่ว่าไปทางไหน) บนคู่เงิน GBP/USD น่าสนใจเพื่อเก็บ “ความผันผวน” (volatility: การแกว่งของราคา) ไม่ว่าธนาคารกลางจะเปลี่ยนทิศทางนโยบายหรือคงท่าทีเดิม