GBP/USD ฟื้นตัวหลังเปิดตลาดกระโดดลง (gap lower: ราคาเปิดห่างจากราคาปิดวันก่อนโดยไม่ไหลต่อเนื่อง) แถว 1.3480 หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางรอบใหม่ จากเหตุเรือที่ชักธงอิหร่านถูกยึด และข้อเรียกร้องของอิหร่านเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือน้ำมันสำคัญของโลก) โดยคู่เงินอยู่ที่ 1.3525 เพิ่มขึ้น 0.13% หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนลง
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY เป็นดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) ลดลงราว 0.05% มาอยู่ที่ 98.17 หลังแตะจุดสูงสุดในรอบ 6 วันที่ 98.39 ช่วงเชียต้น น้ำมันปรับขึ้น โดย WTI (West Texas Intermediate: น้ำมันดิบเกณฑ์มาตรฐานของสหรัฐ) เพิ่มเกือบ 3.90% สู่ 87.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อโลก (inflation: ราคาสินค้าและบริการโดยรวมแพงขึ้น) จากความเสี่ยงด้านอุปทานและโอกาสเกิดการสะดุดของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เหตุการณ์สำคัญและปัจจัยขับเคลื่อนตลาด
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐมีไม่มาก โดยตลาดหันไปจับตาการไต่สวนวุฒิสภาสหรัฐวันที่ 21 เม.ย. เกี่ยวกับ Kevin Warsh ในฐานะผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) นอกจากนี้ตลาดติดตามข้อมูลสหรัฐที่จะประกาศ เช่น ADP Employment Change (ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ใช้เป็นสัญญาณก่อนตัวเลขจ้างงานทางการ), Retail Sales (ยอดค้าปลีก: มูลค่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคในร้านค้า/ออนไลน์)
ฝั่งสหราชอาณาจักร แบบสำรวจ 2 ฉบับสะท้อนความเชื่อมั่นผู้บริโภคอ่อนลง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของ S&P Global อยู่ที่ 42.3 จาก 44.1 ต่ำสุดในรอบ 33 เดือน และตัวชี้วัดของ Deloitte ต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3/2023 มากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจ S&P คาดว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England: BoE) อาจขึ้นดอกเบี้ย โดยข้อมูลการจ้างงานสหราชอาณาจักรมีกำหนดประกาศวันอังคาร
ระดับทางเทคนิคที่อ้างถึง ได้แก่ 1.3422 (simple moving average: ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา ใช้ดูแนวโน้มราคา), 1.3027 (การหลุดแนวขาลงเดิม), และ 1.3844 (การหลุดแนวขาขึ้นเดิม)